posttoday
น็อก ฟอร์ น็อก

น็อก ฟอร์ น็อก

04 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...แบงก์กลิ้ง

โดย...แบงก์กลิ้ง

เหตุการณ์รถพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุและมัวแต่เจรจาตกลงกับคู่กรณีไม่ได้ รอประกันนาน จนไม่สามารถไปรับผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที จนทำให้ผู้ป่วยที่เรียกรถพยาบาลมารับเสียชีวิต

เรื่องนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน และเป็นเรื่องที่ผู้อ่านเห็นว่าเป็นปัญหามาจากโทสะของคน และความไม่รู้ ความไม่ตระหนักถึงหน้าที่ตัวเอง ไม่ได้เป็นเรื่องเวรเรื่องกรรมเก่าใดๆ ทั้งสิ้น

หลังจากได้อ่านรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้คิดถึงเรื่องของโครงการชนแล้วแยกแลกใบเคลม  (น็อก ฟอร์ น็อก : Knock for knock) ที่สมาคมประกันวินาศภัยได้ผลักดันให้มีการนำมาใช้ เพื่อที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ลดปัญหาการจราจรและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสามารถถ่ายภาพ ถ่ายคลิป บันทึกการเกิดอุบัติเหตุได้ละเอียด ไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่ก็ได้

หากนึกไม่ออกว่า น็อก ฟอร์ น็อก เป็นอย่างไร ก็ขออธิบายว่า รูปแบบของ น็อก ฟอร์ น็อก คือเมื่อรถยนต์ทำประกันชั้น 1 ชนกัน และตกลงค่าเสียหายกันได้ เจ้าของรถยนต์แต่ละคันจะแลกเอกสารใบเคลมระหว่างกันแล้วแยกย้ายกันไป ต่างคนต่างนำรถยนต์ไปซ่อมกับบริษัทที่ทำประกัน ไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานเคลม (เซอร์เวเยอร์) ไปที่เกิดเหตุ รอตำรวจมาชี้ว่าใครผิดใครถูก

แต่โครงการดีๆ นี้ กลับไม่มีใครยอมใช้ ทุกวันนี้เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ก็ยังต้องจอดรถค้างไว้กลางถนน โทรเรียกพนักงานสำรวจภัยจากบริษัทประกันมาออกใบเคลมให้แล้วจึงจะแยกรถออกจากกัน หากตกลงกันไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือใครเป็นฝ่ายถูก ก็จะต้องเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นคนกลางชี้ว่าใครผิดใครถูก และแน่นอนว่าต้องปล่อยให้รถติดยาวเป็นหางว่าวไปจนกว่าตำรวจจะสั่งแยกรถ

การที่โครงการนี้ล้มเหลว มาจากการตกลงกันไม่ได้ว่าใครผิดใครถูกเป็นส่วนใหญ่ ถ้าไม่ผิดซึ่งหน้าจะไม่มีใครยอมรับผิด เนื่องจากผลของการเป็นผู้ผิด ประกันของรถยนต์คันที่ผิดจะต้องจ่ายค่าซ่อมให้กับบริษัทประกันของรถยนต์คันที่ถูก ซึ่งจะมีผลตามมาคือจะถูกปรับเบี้ยประกันขึ้นในปีต่อไปเมื่อต้องต่อประกัน วิธีไม่ให้โดนขึ้นเบี้ยประกันก็ย้ายไปทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทอื่น

ปัญหานี้ทางบริษัทประกันภัยพยายามให้ความรู้ประชาชนมาเป็นระยะ เพื่อให้มีความเข้าใจ แต่ผ่านมานานหลายปีก็ไม่มีใครสนใจ โครงการนี้ไม่ได้มีการประกาศล้มเลิกจากสมาคมประกันวินาศภัยอย่างเป็นทางการ แต่ไม่มีใครใช้ก็เท่ากับถูกเลิกไปโดยปริยาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาใหม่

การที่เห็นว่าสามารถฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาใหม่ได้ ก็เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดกล้องไว้บันทึกการจราจรตลอดเวลา ใครทำผิดกฎจราจรหากเปิดกล้องมาดูแล้วพบการกระทำผิดก็จะส่งใบสั่งตามหลังไปให้ หากไม่ไปจายค่าปรับก็จะต่อทะเบียนรถยนต์ไม่ได้

เดี๋ยวนี้รถยนต์ทั้งหลายก็พากันติดกล้องหน้ารถ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนก็มีกล้อง ถ่ายได้ทั้งภาพและวิดีโอคลิป ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องใครถูกหรือผิด เพราะกล้องบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ดีกว่าปากคำของผู้เห็นเหตุการณ์ หลายคดีใหญ่ๆ ผู้ที่คลี่คลายคดีได้ไม่ใช่ตำรวจ ก็คือกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพการเกิดเหตุการณ์ไว้ได้

ปัญหาหลายเรื่องสามารถแก้ไขได้ กรณีที่รถพยาบาลเฉี่ยวชนแล้วไปรับผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลไม่ทันจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำหากวางระบบการบริหารจัดการได้ดี

ผู้เขียนขอฝากเรื่องนี้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลองคิดดูหน่อยว่า หากนำระบบน็อกฟอร์ น็อก ขึ้นมาใช้อย่างจริงจังจะดีหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท