posttoday
อีดีซีพูลเดือด ชิงเค้ก5แสนร้านค้า

อีดีซีพูลเดือด ชิงเค้ก5แสนร้านค้า

04 กุมภาพันธ์ 2560

ขณะนี้สถาบันการเงิน 2 ค่าย ที่ยื่นเสนอเงื่อนไขวางเครื่องรับบัตร (อีดีซี) ตามทีโออาร์ของกระทรวงการคลัง ต่างแอบซุ่มไม้เด็ดที่จะชิงส่วนแบ่งของร้านค้ารับบัตรที่มีแนวโน้มทำธุรกรรม (ทรานแซกชั่น) จำนวนมาก ภายใต้เงื่อนไขของกระทรวงการคลังที่กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมร้านค้าไม่เกิน 0.55%

ขณะนี้สถาบันการเงิน 2 ค่าย ที่ยื่นเสนอเงื่อนไขวางเครื่องรับบัตร (อีดีซี) ตามทีโออาร์ของกระทรวงการคลัง ต่างแอบซุ่มไม้เด็ดที่จะชิงส่วนแบ่งของร้านค้ารับบัตรที่มีแนวโน้มทำธุรกรรม (ทรานแซกชั่น) จำนวนมาก ภายใต้เงื่อนไขของกระทรวงการคลังที่กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมร้านค้าไม่เกิน 0.55%

ล่าสุด ค่ายอีดีซีพูลหน้าใหม่ ภายใต้ชื่อ TAPS จากที่เคยมีธนาคารร่วม 6 แห่ง เหลือเพียง 5 แห่งแล้ว ได้แก่ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา ธนชาต และทหารไทย ส่วนธนาคารออมสินจำเป็นต้องแยกออกไป เพราะเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ติดข้อกฎหมายคนละฉบับกัน แต่ยังเปิดความร่วมมือให้ธนาคารออมสินเข้ามาร่วมเชื่อมต่อระบบอีดีซีพูลในเฟส 2

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ยื่นข้อเสนอไปยังกระทรวงการคลังเมื่อ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา หากกระทรวงการคลังคัดเลือกผู้วางเครื่องอีดีซี 2 กลุ่ม เพื่อวางอีดีซีในจุดที่รัฐบาลกำหนดไว้ 5 แสนแห่ง ทั้งสองกลุ่มจะไม่ได้หารครึ่ง แต่จะแข่งขันเพื่อชิงการติดตั้งเครื่องในร้านค้าเป้าหมาย โดยทางกลุ่ม 5 ธนาคารเตรียมข้อเสนอพิเศษที่ให้มากกว่าค่าธรรมเนียมเพียง 0.55% ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเงื่อนไขพิเศษนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร้านค้าตัดสินใจเลือกติดตั้งอีดีซีของค่ายใด

นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้มองไปถึงอนาคตที่จะร่วมกันพัฒนาระบบชำระเงินคิวอาร์โค้ด ที่ต่อยอดการวางเครื่องอีดีซีด้วย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันแต่ร้านค้าไม่ต้องต้นทุนเครื่องรูดบัตร ขณะที่ผู้ซื้อก็ไม่ต้องพกบัตรพลาสติก แต่สามารถชำระผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนได้

ฐากร กล่าวในเวทีงานประชุมนัดพิเศษของวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ เป็นหนึ่งในการปรับตัวของระบบธนาคารในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอีกไม่นานแพลตฟอร์มชำระเงินจะไปอยู่บนโมบายมากขึ้น แม้แต่บัตรเครดิตก็อาจไม่อยู่ในรูปบัตรพลาสติกอีกต่อไป สิ่งที่อยากเห็นคือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะที่ผ่านมามักจะต่างคนต่างทำ แต่หากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน แล้วแต่ละส่วนมาต่อยอดบริการของตัวเอง น่าจะทำให้เกิดการพัฒนาได้เร็ว

อารักษ์ สุธีวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ระดับองค์กรและการพัฒนาธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความท้าทายปรับตัวคือการประเมินสภาพแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนไป ซึ่งสิ่งที่ธนาคารทำคือไม่คาดเดาว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไร แต่จะเตรียมตัวระบบให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ และก้าวข้ามรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม แต่มองว่าเป็นบริการทางการเงินเสริมให้กับธุรกิจ

ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ลูกค้าของธนาคารที่ใช้บริการผ่านโมบายแบงก์กิ้ง 4.1 ล้านคน แอ็กทีฟ 80% และลูกค้าเอสเอ็มอีมีส่วนแบ่งตลาดมากสุด ซึ่งเทคโนโลยีทำให้ธนาคารให้บริการ ลดต้นทุน และเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง จึงมองไปถึงการให้บริการทางการเงินให้แก่ลูกค้าในประเทศแถบลุ่มน้ำโขงได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาต่อยอด

การเข้ามาของผู้ประกอบการเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) เป็นตัวกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ปรับตัวช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยธนาคารได้มีการขยับเพิ่มการลงทุนด้านระบบไอทีและเทคโนโลยีมากขึ้นทั้งภายในธนาคารและการให้บริการลูกค้า ยิ่งได้รับการผลักดันจากรัฐบาลด้วยนโยบายเนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ น่าจะทำให้การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้งของไทยรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน