
ลุ้นกพช.เดินหน้าถ่านหิน
ลุ้น กพช. วันที่ 17 ก.พ. เปิดทางเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมชงแผนสำรองผุดโรงไฟฟ้าก๊าซฯ จ.สุราษฎร์ธานี เสียบแทน
ลุ้น กพช. วันที่ 17 ก.พ. เปิดทางเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมชงแผนสำรองผุดโรงไฟฟ้าก๊าซฯ จ.สุราษฎร์ธานี เสียบแทน
นายวิวัฒน์ ชาญเชิงพานิช รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า การประชุมของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ จะมีการพิจารณาเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการ โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ ตามเสียงสนับสนุนของประชาชนในพื้นที่กว่า 90% รวมรายชื่อผู้สนับสนุนจำนวน 1.5 หมื่นรายชื่อ ส่งให้ กฟผ.
ทั้งนี้ หากโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถสร้างได้จริงตามแผน ทาง กฟผ.ได้ศึกษาทางเลือกอื่นสำรอง เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จ.สุราษฎร์ธานี แต่จะต้องต่อท่อส่งก๊าซระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร (กม.) กลับมายัง จ.กระบี่ โดยเบื้องต้นมีกำลังการผลิตประมาณ 1,300-1,400 เมกะวัตต์ ส่วนต้นทุนการก่อสร้างอาจสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมการลงทุนสายส่งที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้นำเสนอแผนดังกล่าวให้กระทรวงพลังงานพิจารณาแล้ว ส่วนจะเลือกใช้รูปแบบใดนั้นต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกระทรวง แต่ยอมรับว่าหากใช้เชื้อเพลิงแอลเอ็นจีจะทำให้ไม่สามารถลดสัดส่วนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติได้ และมีโอกาสที่อัตราค่าไฟฟ้าใน 5 ปีข้างหน้า จะปรับตัวขึ้นอีก 40 สตางค์ด้วย
ด้าน นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะทำให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยมองว่าหากต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ควรให้ประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี ขณะที่ประชาชนที่ อาศัยอยู่ในระยะ 2-3 กม. ควรได้รับการลดค่าไฟฟ้า 10% ส่วนประชาชนที่มีความเห็นต่างและต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าควรจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มประมาณ 20-30% เพื่อให้คนในพื้นที่เข้าใจถึงข้อเท็จจริงและมีความตื่นตัวต่อสถานการณ์พลังงานในภาคใต้
ภาพประกอบข่าว







