
พุทธิพงษ์ คาดอีก2 สัปดาห์ 74 โครงการเดินหน้าได้
พุทธิพงษ์ คาดอีก2 สัปดาห์ 74 โครงการเดินหน้าได้ มั่นใจนแนวโน้มการลงทุนในไทยจะชัดเจนขึ้น
พุทธิพงษ์ คาดอีก2 สัปดาห์ 74 โครงการเดินหน้าได้ มั่นใจนแนวโน้มการลงทุนในไทยจะชัดเจนขึ้น
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานศูนย์บริการการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด ว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติภายหลังศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาออกมาเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ให้โครงการที่ไม่เข้าข่ายประเภทกิจการรุนแรงสามารถเดินหน้าต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นจะมีโครงการลงทุน 74 รายสามารถเปิดกิจการได้ภายใน 2 สัปดาห์แน่นอน
ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ก.ย. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรมได้เรียกผู้ประกอบการ 76 โครงการมาประชุมเพื่อรับทราบรายละเอียดของคำพิพากษาของศาลปกครองฯและประกาศประเภท 11 กิจการรุนรแรงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพิจารณากับโครงการลงทุนของตัวเองเข้าข่ายใน 11 กิจการรุนแรงหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ส่งผลกระทบกิจการรุนแรงฯ ให้ทำเรื่องไปยังผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อขอยกเลิกคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมที่ระงับกิจการชั่วคราว ตามคำสั่งศาลปกครองที่ออกมาเมื่อวันที่ 29 ก.ย 2552
“วิธีการดังกล่าวเป็นให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฏหมายอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับหน้าที่เป็นผู้คัดกรองว่าจะมีโครงการเดินหน้าต่อไปได้บ้าง แต่ให้หน่วยที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นคนอนุมัติ เนื่องจากตอนที่ศาลปกครองสั่งระงับกิจการชั่วคราว ทางกระทรวงอุตสหากรรมเป็นผู้ออกประกาศแจ้งไปยังผู้ประกอบการ 76 รายให้ระงับกิจการตามคำสั่งศาลฯ ดังนั้นหากต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ทางผู้ประกอบการก็ต้องทำเรื่องเพื่อขอให้กระทรวงยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งการพิจารณาว่าจะให้เดินหน้าโครงการหรือไม่จะยึดหลักตามคำพิพากษาของศาลปกครองฯเมื่อวันที่ 2 ก.ย.และประกาศประเภท 11กิจการรุนแรง ฯ โดยเชื่อว่าทางผู้ประกอบการจะรีบทำหนังสือเสนอมายังกระทรวงเพื่อขอให้โครงการได้รับการอนุมัติให้เดินหน้าโครงการต่อไปได้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
สำหรับ 2 โครงการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต คือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอน(ส่วนขยาย)ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอน ในเครือ ปตท.เคมิคอล และ โครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของ บริษัท.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ นั้น หากดำเนินการตามขั้นตอนของประกาศประเภทกิจการรุนแรงทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีเอไอ)และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) รวมถึงกระบวนการอื่นๆตามกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2550 จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนก็จะสามารถเปิดดำเนินการได้เช่นกัน
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวบรวมข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่ต้องจัดทำอีไอเอได้ปฏิบัติตามระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่าโรงงานใดไม่ปฏิบัติจะดำเนินการทางกฏหมายทันที ทั้งนี้เพื่อสร้างความสบายใจให้กับภาคประชาชน







