
ยอดตั้งโรงงานใหม่วูบ
เอกชนรอเมกะโปรเจกต์รัฐนำร่อง ฉุดเงินลงทุนเหลือ2.6หมื่นล.
เอกชนรอเมกะโปรเจกต์รัฐนำร่อง ฉุดเงินลงทุนเหลือ2.6หมื่นล.
ยอดตั้งโรงงานเดือน ม.ค. 2560 ลดลง กดเงินลงทุนวูบ 26.64% หลังเอกชนรอโครงการเมกะโปรเจกต์รัฐนำร่องก่อนเริ่มลงทุนตาม
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) และขยายกิจการในเดือน ม.ค. 2560 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 337 โรงงาน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอยู่ที่ 345 โรงงาน หรือลดลง 2.31% ขณะมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.64% ที่มีมูลค่า 3.64 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ยังรอภาครัฐเริ่มลงทุนตามโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (เมกะโปรเจกต์) ก่อน หลังจากนั้นจึงจะเตรียมลงทุนตาม แบ่งเป็น โรงงานที่ขอ ร.ง.4 จำนวน 289 โรงงาน เพิ่มขึ้น 1.76% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 284 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุน 1.81 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.68% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.86 หมื่นล้านบาท ส่วนการขยายกิจการมีจำนวน 48 โรงงาน ลดลง 21.31% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 61 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุน 8,620 ล้านบาท ลดลง 51.29% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในเดือน ม.ค. 2560 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มูลค่าการลงทุน 4,300 ล้านบาท อาหาร 3,840 ล้านบาท การผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่าการลงทุน 3,050 ล้านบาท ผลิตกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษมูลค่าการลงทุน 2,700 ล้านบาท แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้มูลค่าการลงทุน 2,630 ล้านบาท ตามลำดับ
ด้านการแจ้งเริ่มประกอบและเริ่มส่วนขยายโรงงานในเดือน ม.ค. 2560 มีจำนวน 257 โรงงาน ลดลง 21.4% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามี 327 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 3.48 หมื่นล้านบาท ลดลง 41.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 5.94 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นแจ้งเริ่มประกอบกิจการจำนวน 229 โรงงาน ลดลง 20.76% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามี 289 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 1.61 หมื่นล้านบาท ลดลง 63.32% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.39 หมื่นล้านบาท
ด้านการแจ้งเริ่มส่วนขยายจำนวน 28 โรงงาน ลดลง 26.31% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามี 38 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 1.86 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท
นายมงคล กล่าวถึงอุตสาหกรรมที่มีการแจ้งประกอบและเริ่มส่วนขยายโรงงานที่มีมูลค่ามากที่สุดในเดือน ม.ค. 2560 ได้แก่ การผลิตเครื่องจักรและเครื่องกลมูลค่าการลงทุน 1.3 หมื่นล้านบาท อาหารมูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาท ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์มูลค่าการลงทุน 6.21 หมื่นล้านบาท แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ 1,230 ล้านบาท ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มูลค่าการลงทุน 691 ล้านบาท
ด้าน นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2560 จะเริ่มเห็นเม็ดเงินการลงทุนของโครงสร้างพื้นฐานในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ กระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากกระบวนการต่างๆ เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นในพื้นที่เชื่อมต่อเขตการค้าชายแดน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการ
ลงทุนในส่วนของเอกชนตามมา ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตตามไปด้วย เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ จะทำให้ภาคเอกชนที่มายื่นขอประกอบ หรือขยายกิจการโรงงานต่างๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้น สำหรับภาพรวมด้านการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผู้ประกอบการให้การตอบรับอย่างดี โดยเห็นได้จากมีอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา







