posttoday
สมคิดแย้มซูจีชวนลุยทวาย

สมคิดแย้มซูจีชวนลุยทวาย

03 กุมภาพันธ์ 2560

ระบุพอใจการเยือนสำเร็จ2เป้าหมายเชื่อมโยง-การค้าลงทุนเซ็นเอ็มโอยู19ฉบับ

ระบุพอใจการเยือนสำเร็จ2เป้าหมายเชื่อมโยง-การค้าลงทุนเซ็นเอ็มโอยู19ฉบับ

“สมคิด” สานสัมพันธ์ลึกประธานาธิบดีเมียนมาและซูจี ย้ำ 2 ฝ่ายเดินหน้าทวาย และพลังงาน ชวนธุรกิจเมียนมาจดทะเบียนตลาดหุ้นไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังนำคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และเอกชนไทยรายใหญ่เกือบ 100 รายเข้าหารือกับนายถิ่น จอ ประธานาธิบดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและ รมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ในโอกาสเยือนเมียนมาวันที่ 2-5 ก.พ. ว่า การเยือนครั้งนี้มี 2 เป้าหมาย คือ 1.กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในเชิงลึก สร้างอนาคตร่วมกัน ตามนโยบายให้ประเทศในกลุ่ม CLMV แน่นแฟ้นเชื่อมโยงกัน และ 2.กระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน โดยวันแรกที่เยือนมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู 19 ฉบับ

“ในการหารือกับนางซูจี มีการพูดถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งฝ่ายเมียนมาแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการนี้อย่างแน่นอน ซึ่งครั้งนี้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้ยืนยันกับนางซูจี ว่าบริษัทยืนยันที่จะร่วมกับทุกฝ่ายที่จะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น” รองนายกฯ สมคิด กล่าว

ขณะที่ด้านพลังงานนางซูจี ได้ระบุว่า สิ่งสำคัญสำหรับเมียนมาคือการคมนาคมและไฟฟ้า ซึ่งครั้งนี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ที่ได้ร่วมคณะมาด้วย ได้เสนอหลายโครงการที่ไทยต้องการจะร่วมกับเมียนมา ทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงโครงการลงทุนอื่นที่สามารถร่วมมือกัน ซึ่งทางฝ่ายเมียนมาก็ให้ความสำคัญมาก

“ถ้าเราทำที่พูดมาทั้งหมดให้ดี เชื่อว่าการค้าของไทยและเมียนมาจะสามารถเพิ่มขึ้นเป็นดับเบิ้ลใน 5 ปีได้ จากปัจจุบันที่ไม่ได้ทำอะไรมูลค่ายังเพิ่มเป็น 2 แสนล้านบาทแล้ว” รองนายกฯ นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ การที่เอกชนไทยลงทุนในเมียนมามากขึ้นเทียบกับอดีต แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันพัฒนาในเชิงลึกที่ต่อเนื่อง ซึ่งภาคธนาคารเองปัจจุบันยังมีเพียงธนาคารกรุงเทพเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการในเมียนมา และคาดหวังว่าอนาคตจะได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น โดยครั้งนี้ได้แนะนำทางเมียนมาว่าควรจะเปิดรับธุรกิจประกันภัยมากขึ้น ส่วนด้านตลาดทุนไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลือเมียนมาด้านการพัฒนาพอสมควร แต่ครั้งนี้ได้ชักชวนผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพในเมียนมา เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และเมื่อตลาดในเมียนมาพัฒนาแล้วก็สามารถจดทะเบียนคู่ขนาน หรือ Dual Listing ได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ