
คลังชงใช้ม.44สกัดฮั้ว
"อภิศักดิ์" เตรียมเสนอนายกฯ ใช้มาตรา 44 แก้จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและปัญหาฮั้วประมูล
"อภิศักดิ์" เตรียมเสนอนายกฯ ใช้มาตรา 44 แก้จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและปัญหาฮั้วประมูล
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้หาวิธีทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหมดไปหรือลดน้อยลง โดยจะรวบรวมนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายใน 1 เดือน
นอกจากนี้ จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อจะทำให้การดำเนินการรวดเร็ว เพราะหากต้องมารอแก้ไขกฎหมายจะใช้เวลานานและไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ขณะนี้พบการคอร์รัปชั่นใน 3 ปัญหาที่สำคัญ ได้แก่ 1.การกำหนดข้อตกลงโครงการหรือ ทีโออาร์ และการกำหนดราคากลางไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 2.มีการฮั้วประมูล และ 3.มีการซื้อผ่านคนกลาง ทำให้เกิดการจ่ายค่าคอมมิชชั่น ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วพบว่า พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ประมาณกลางเดือน ส.ค.ปีนี้สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่กฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ เห็นว่าควรออกมาตรการเสริมเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ไปก่อน โดยเฉพาะปัญหาการฮั้วประมูล ขณะนี้พบว่าโครงการขนาดเล็กและขนาดกลางที่ใช้ระบบอี-บิดดิ้งมาตั้งแต่ต้นปี 2559 สามารถประหยัดงบประมาณได้ 6.5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้ประมูลแบบอี-บิดดิ้งได้ ก็จะให้มีการเปิดประมูลนานาชาติ หรืออินเตอร์บิดดิ้ง โดยจะเปิดกว้างให้นักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาร่วมประมูลแข่งขันได้ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถมากขึ้น แข่งขันด้านราคากับต่างประเทศได้ โดยจะมีการกำหนดมูลค่าโครงการขนาดใหญ่อีกครั้งว่าควรเริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปหรือไม่
สำหรับการแก้ปัญหาการกำหนด ราคากลางและการร่างทีโออาร์ไม่เป็นธรรม ก็จะให้กระบวนการทำสัญญาคุณธรรมเข้ามาช่วยดูตั้งแต่ร่าง ทีโออาร์ ส่วนการกำหนดราคากลางก็จะให้มีการตั้งอนุกรรมการสัญญาคุณธรรม เพื่อหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาช่วยดูว่าราคากลางสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่
ขณะที่ปัญหาซื้อผ่านคนกลางก็จะมีการแก้ไขระเบียบบังคับให้ผู้ชนะการประมูลทำการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรงก่อน หากไม่สามารถทำได้ถึงจะซื้อผ่านคนกลางได้ ซึ่งการซื้อสินค้าผ่านคนกลางจะกำหนดเงื่อนไขใหม่ สินค้าใดซื้อตรงได้ควรซื้อโดยตรงของหน่วยงานนั้น
นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายอาญา กรณีคนให้สินบนจากการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเดิมมีการกำหนดโทษจำคุก ทำให้ไม่มีใครกล้ามาให้ข้อมูล หากมาให้ข้อมูลการให้สินบนหรือเงินใต้โต๊ะก็ไม่ต้องจำคุก เพื่อที่รัฐบาลจะได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ทุจริตคอร์รัปชั่นได้โดยตรง
"ร่างกฎหมายคอร์รัปชั่นเดิมกำหนดผู้รับ ผู้ให้ ต้องจำคุกด้วยกันทั้งคู่ ผู้ให้จะไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง เป็นปัญหาไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล จึงต้องแก้ไข หากผู้ให้เงินยอมรับสารภาพ ยอมลดโทษ ทั้งค่าปรับและทำทัณฑ์บน เพื่อให้ผู้ที่ให้และผู้ถูกบังคับสามารถเปิดเผยข้อมูลเพื่อเอาผิดกับผู้ทุจริต และเพื่อผู้ให้ไม่ต้องรับปัญหาเพียงอย่างเดียว หรือสามารถถือไพ่เหนือผู้รับเงินได้" นายอภิศักดิ์ ระบุ







