
ทรัมป์ทำตลาดโลกปั่นป่วน
นโยบายแบนผู้ลี้ภัยฉุดค่าเงินเหรียญสหรัฐร่วงต่ำสุดรอบ 9 ปี ด้านบริษัทไอทีร่วมหารือต้านทรัมป์
นโยบายแบนผู้ลี้ภัยฉุดค่าเงินเหรียญสหรัฐร่วงต่ำสุดรอบ 9 ปี ด้านบริษัทไอทีร่วมหารือต้านทรัมป์
รอยเตอร์สรายงานว่า การประกาศแบนผู้ลี้ภัยและระงับให้วีซ่าพลเมืองประเทศมุสลิม 7 ประเทศ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ฉุดให้ดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐร่วง 1.9% เมื่อวันที่ 31 ม.ค. เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักของโลก ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008
ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ออล-คันทรีเวิลด์ ที่เก็บข้อมูลจากตลาดหุ้นทั่วโลก 46 แห่งปรับตัวลง 0.1% ร่วงลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ด้านดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียวร่วง 1.7% ปิดที่ 19,041.34 จุด ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. โดยก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค. ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดร่วงลง 0.6% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงระหว่างการซื้อขายในวันดังกล่าว
“ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ช่วงไม่กี่วันมานี้ เตือนเราว่าแคมเปญนั้นมี 2 ด้าน คือ ทั้งด้านบวกและลบ และทรัมป์เพียงแค่ทำตามที่เคยหาเสียงไว้ มาตรการดังกล่าวมีแนวโน้มกดดันตลาดต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า” เครก เออร์แลม นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โอยันด้า กล่าว
ก่อนหน้านี้ ชัยชนะของทรัมป์หนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น โดยบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนและเจ้าของบริษัท เบิร์กไชร์แฮธาเวย์ ลงทุนในตลาดหุ้นไว้ถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.22 แสนล้านบาท) หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ปลด แซลลี เยตส์จากตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรียุติธรรม ที่ตั้งคำถามต่อนโยบายแบนผู้ลี้ภัย โดยทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า เยตส์ถูกไล่ออกเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมายเพื่อปกป้องพลเมืองสหรัฐ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนตัว แดเนียล แรกส์ดาล ผู้อำนวยการสำนักบังคับกฎหมายคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) โดยแต่งตั้ง โทมัส โฮมานทำหน้าที่แทน
รอยเตอร์สยังรายงานว่า ภาคธุรกิจไอทีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายแบนผู้ลี้ภัยได้ประชุมร่วมกันวานนี้เพื่อหาช่องทางดำเนินการทางกฎหมาย โดยแหล่งข่าวระบุว่า มีบริษัทไอทีกว่า 20 แห่ง เข้าร่วมการประชุม รวมถึง กูเกิล แอร์บีเอ็นบี และเน็ตฟลิกซ์
รายงานระบุว่า อเมซอนและเอ็กซ์พีเดียยื่นฟ้องต่ออัยการรัฐวอชิงตันเพื่อขอให้มีการดำเนินการทางกฎหมายกับนโยบายดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของบริษัท ขณะที่เดอะ เวิร์จ เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี รายงานอ้างแหล่งข่าวว่าไมโครซอฟท์ได้ร่วมยื่นฟ้องประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ด้าน วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่าทูตและเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐกว่า 100 ราย ลงนามเอกสารคัดค้านนโยบายดังกล่าวของทรัมป์ โดยระบุว่าการแบนผู้ลี้ภัยอาจบั่นทอนความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายจากทั่วโลก
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ทรัมป์ยังลงนามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดี ปรับลดกฎระเบียบในหน่วยงานรัฐบาลกลาง โดยหากหน่วยงานใดต้องการเสนอกฎใหม่เพิ่มขึ้น 1 ข้อจะต้องลดกฎในปัจจุบันลง 2 ข้อ







