
เจ้าหนี้จ่อแก้ไขIFEC
เอเซีย พลัส ร่วม KTB เคที ซีมิโก้ จ่อนัดถกกรรมการใหม่ IFEC ชงแนวทางขายสินทรัพย์บางส่วนและหาแหล่งกู้เงิน
เอเซีย พลัส ร่วม KTB เคที ซีมิโก้ จ่อนัดถกกรรมการใหม่ IFEC ชงแนวทางขายสินทรัพย์บางส่วนและหาแหล่งกู้เงิน
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) เปิดเผยว่า หลังการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) วันที่ 14 ก.พ.นี้ เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหม่เข้ามาแล้ว บริษัทรวมถึงธนาคารกรุงไทย (KTB) และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ จะหารือกับ IFEC เพื่อหาแนวทางแก้ไขเรื่องผิดชำระหนี้หุ้นกู้วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งร่วมกันจัดจำหน่ายที่เจ้าหนี้เรียกให้ชำระก่อนกำหนดที่เดิมจะครบในเดือน พ.ย.นี้ เพราะ IFEC ผิดนัดชำระตั๋วแลกเงิน (บี/อี) มูลค่าเข้าเกณฑ์ มีผลให้เจ้าหนี้หุ้นกู้สามารถเรียกให้ชำระหนี้หุ้นกู้ก่อนครบกำหนดได้
ทั้งนี้ หุ้นวงเงิน 3,000 ล้านบาท ดังกล่าวแบ่งเป็นที่จัดจำหน่ายโดย ASP 1,500 ล้านบาท KTB 1,000 ล้านบาท และเคที ซีมิโก้ 500 ล้านบาท แนวทางแก้เบื้องต้นจะใช้วิธีการขายสินทรัพย์บางส่วนออกมาร่วมกับการหาแหล่งเงินกู้ใหม่ รวมถึงวิธีสุดท้ายเพิ่มทุน อย่างไรก็ดี ประเมินว่าหากสามารถแก้ปัญหาขัดแย้งภายในได้ เชื่อว่าธุรกิจพลังงานของ IFEC ยังมีโอกาสเติบโตได้จากสินทรัพย์ที่ดีที่มี
สำหรับงานรับประกันการจัดจำหน่ายและจำหน่ายตราสารหนี้ (อันเดอร์ไรต์) แบ่งเป็นหุ้นกู้และบี/อี ของบริษัทในปี 2560 ตั้งเป้าหมายมูลค่าการออกและเสนอขายเติบโต 25% จากปี 2559 ที่มีมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท ที่ผ่านมามีข่าวว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บางแห่งผิดนัดชำระตั๋วบี/อี ซึ่งงานออกและเสนอขายบี/อี ในเดือน ม.ค. 2560 มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เดือน ก.พ. 2560 มีลูกค้า บจ. 10 แห่ง เตรียมจะออกหุ้นกู้ 2,000-3,000 ล้านบาท เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้น ได้มีการเตรียมตัวมาตั้งแต่ช่วงปี 2559 เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจ ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทคือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์กับเช่าซื้อ
“ปัญหาผิดชำระหนี้บี/อี ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะบริษัท ไม่ควรเหมารวมทั้งหมด อย่าให้ปลาเน่าตัวเดียวทำให้เหม็นทั้งข้อง เพราะในตลาดยังมีของดีอีกเยอะ” นายก้องเกียรติ กล่าว
สำหรับในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15% จากปีก่อน โดยจะมาจากทุกธุรกิจโดยเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจที่จะเติบโตสูง เวลธ์แมเนจเมนต์ บริหารสินทรัพย์และด้านตลาดทุน ขณะที่งานที่ปรึกษาทางการเงินมีธุรกรรมในมือจำนวน 58 ดีล แบ่งเป็นงานเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) จำนวน 29 ธุรกรรม จะขายไอพีโอในปีนี้จำนวน 4 ธุรกรรม ส่วนที่เหลือเป็นงานที่ปรึกษาทางการเงินอื่น







