posttoday
กำแพงทรัมป์

กำแพงทรัมป์

30 มกราคม 2560

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

หลังจากทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เดินเครื่องทำตามนโยบายที่ได้สัญญาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่อง “คนอเมริกันต้องมาก่อน” ทั้งยกเลิกข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ และเขตการค้าเสรี สร้างกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน จากที่อเมริกาเคยทำตัวเป็นพี่ใหญ่ซึ่งต้องมีเอี่ยวในทุกเรื่องและในทุกภูมิภาค กลับมาดูแลผลประโยชน์ของตนที่บ้าน หากมองในมุมบวกก็น่าชื่นชม ที่ท่านประธานาธิบดีเป็นคนรักษาสัญญา พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีนิสัยบิดพลิ้วแบบสไตล์ทางการเมืองปกติทั่วไป และดูเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มุ่งมั่น

นอกจากเรื่องนโยบายการค้าที่มุ่งผลประโยชน์ของคนอเมริกันเป็นสำคัญ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังมีแผนสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ คือ การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก คล้ายกับกำแพงเมืองจีนในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้เมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์ที่จะป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของคนเม็กซิกัน ที่เชื่อว่าจะมาแย่งงานคนอเมริกัน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเผ็ดร้อนกันระหว่าง 2 ประเทศ และยังเป็นข้อถกเถียงกันในวงการวิชาการถึงความเป็นไปได้ด้านเทคนิค งบประมาณที่ใช้ และระยะเวลาการก่อสร้าง แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์เรื่องการก่อสร้างมาไม่น้อย แต่เกือบทุกโครงการเป็นอาคารสูง ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากโครงสร้างกำแพงกั้นพรมแดนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

กำแพงทรัมป์ต้องการจะปิดพรมแดนที่มีความยาวมากกว่า 3,000 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างรั้วกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประมาณ 1,000 กิโลเมตรอยู่แล้วดังนั้นหากจะสร้างปิดแนวทั้งหมด ก็คงอีกประมาณ 2,000 กิโลเมตร โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจะสร้างกำแพงสูงประมาณ 10-18 เมตร ตลอดแนวพรมแดน

หากลองคำนวณดู โดยสมมติว่าต้องสร้างกำแพงยาว 2,000 กิโลเมตร สูง 10 เมตร กว้าง 1 เมตร คงจะต้องใช้คอนกรีตถึง 20 ล้านลูกบาศก์เมตร! ปริมาณนี้มากแค่ไหนลองจินตนาการดูได้ว่า สามารถนำมาสร้างรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิได้ถึง 40 รันเวย์ ยังไม่นับเสาเข็มที่ต้องใช้อีกหลายแสนต้น การทำกำแพงนี้อาจต้องใช้เวลาสำรวจนับปี และก่อสร้างอีกร่วมสิบปี เกินสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างแน่นอน และงบประมาณก่อสร้างก็ยากแก่การคาดเดา เพราะมีอุปสรรคมากมาย ทั้งปัญหาภูมิประเทศ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาการขนส่ง รวมทั้งจะต้องใช้แรงงานจำนวนมาก

ที่น่าสนใจคือ หากประธานาธิบดีทรัมป์อยากสร้างกำแพงนี้ให้เสร็จตามกำหนดเวลา ก็คงต้องใช้คนงานจากเม็กซิโกจำนวนมหาศาลเข้าช่วยงาน จึงอาจกลายเป็นเรื่องตลกไป สรุปว่าถึงแม้ความก้าวหน้าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะสร้างกำแพงทรัมป์ได้ไม่ยากนัก แต่ในความเป็นจริงยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้โครงการเมกะโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้ไม่ง่าย

ขณะที่อัตราการลักลอบเข้าเมืองจากเม็กซิโกก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผลจากการตรวจการณ์เข้มงวดของตำรวจตระเวนชายแดน และอาจมาจากอัตราการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอเมริกาที่หดตัวลงมาก จากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำของอเมริกา ทำให้ความต้องการแรงงานจากเม็กซิโกลดลงตามไปด้วย

แต่สิ่งที่สร้างความรู้สึกต่อต้านอย่างมาก คือ โลกยุคปัจจุบันต้องการสร้าง “สะพาน” มากกว่า “กำแพง” เพื่อเชื่อมโยงสิ่งดีๆ เข้าด้วยกัน มากกว่าปฏิเสธการอยู่ร่วมกัน อีกทั้งปรัชญาของการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา คือ “อิสรภาพและความเท่าเทียม” จึงอยากให้ท่านประธานาธิบดีทรัมป์รำลึกถึงอดีตประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “มันไม่สำคัญว่าเสียงส่วนใหญ่ (ที่เลือกท่านเข้ามา) จะคิดเห็นว่าอย่างไร แต่การยึดมั่นในความถูกต้องนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท