
ดาวโจนส์ทะยานเหนือ 2 หมื่นจุด กดดันทอง
หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศจุดยืน “America First” ซึ่งเปรียบเสมือนการยึดหลักการดำเนินนโยบายชาตินิยมได้สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากทรัมป์มีความตั้งใจที่จะใช้นโยบายกีดกันทางการค้า จึงอาจทำสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมทั้งอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับนานาประเทศได้
หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศจุดยืน “America First” ซึ่งเปรียบเสมือนการยึดหลักการดำเนินนโยบายชาตินิยมได้สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากทรัมป์มีความตั้งใจที่จะใช้นโยบายกีดกันทางการค้า จึงอาจทำสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมทั้งอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับนานาประเทศได้
อย่างไรก็ดี ทองคำตอบรับกับความกังวลดังกล่าวในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย หรือ Safe-Haven ทำให้ในช่วงต้นสัปดาห์สามารถทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ได้ที่ระดับ 1,219 เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาในวันอังคารเพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่ถึงแม้จะออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตลาดยังมีมุมมองว่าทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังอยู่ในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง จึงเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาหลุด 1,215 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังถูกกดดันต่อเนื่องโดยหลุดระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ ลงมาในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยทะยานขึ้นเหนือระดับ 2 หมื่นจุด ท่ามกลางรายงานผลประกอบการบริษัทของสหรัฐที่ออกมาอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการเริ่มดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ ที่มีการผ่อนคลายข้อกำหนดในภาคการผลิตและลงนามข้อตกลงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน 2 เส้นทาง จึงช่วยฟื้นความมั่นใจของนักลงทุนว่าแนวทางดังกล่าวอาจส่งผลดีต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
แต่การตัดสินใจของผู้นำสหรัฐคนใหม่ในการยกเลิกข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และความต้องการจะเจรจาข้อตกลง NAFTA ครั้งใหม่กับทางเม็กซิโกและแคนาดา รวมทั้งการลงนามอนุมัติก่อสร้างกำแพงพรมแดนระหว่างสหรัฐและเม็กซิโก ถือเป็นประเด็นที่ตลาดค่าเงินเกิดความกังวลเป็นอย่างมาก จึงทำให้นักลงทุนลดการถือครองค่าเงินเหรียญสหรัฐ และหันกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งการอ่อนค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐ โดยปกติจะเป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ แต่การที่ตลาดหุ้นสหรัฐสามารถทำจุดสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปริมาณความต้องการทองคำที่ชะลอตัวของจีนก่อนเข้าสู่วันหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อราคาทองคำในขณะนี้
วิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,220 เหรียญ สหรัฐ โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากนโยบายของทรัมป์ที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงหลุด 1,200 เหรียญสหรัฐ และมีความเป็นไปได้ว่าหากราคาทองคำยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ ก็มีโอกาสกลับทดสอบ 1,150 เหรียญสหรัฐ และ 1,120 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ MTS Gold จึงแนะนำให้นักลงทุนพยายามเปลี่ยนทิศทางการลงทุนเป็นขาลง โดยเปิดสถานะ Short แถวระดับ 1,180 เหรียญสหรัฐ และมีระดับเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 1,150 เหรียญสหรัฐ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ ผู้นำการลงทุนทองคำและสินค้าอนุพันธ์ในตลาด TFEX มี Platform ใหม่ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน หรือที่เรียกกันว่า “MTS MT PRO” ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถติดตามราคาได้แบบ Real Time รวมทั้งตัวช่วยอัจฉริยะ “SMART EA” ที่สามารถช่วยให้นักลงทุนกำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้ด้วยตนเอง พร้อมรองรับการซื้อขาย “GOLD-D” สินค้าใหม่ของตลาด TFEX ที่ทางตลาดจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ซึ่งสมาชิกนักลงทุนสามารถทดลองซื้อขายผ่านโปรแกรม Demo ได้ด้วยตนเอง
สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือเปิดบัญชีซื้อขายได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777







