
GUNKUL-SCI พลาดเป้า ปีนี้แก้ตัวก้าวกระโดด
กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) และเอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) ประเมินรายได้ปี 2559 พลาดเป้าโครงการล่าช้า หวังปีนี้โครงการใหม่ดันโตดีกว่า
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) และเอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) ประเมินรายได้ปี 2559 พลาดเป้าโครงการล่าช้า หวังปีนี้โครงการใหม่ดันโตดีกว่า
GUNKUL รายได้ในปี 2559 โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหารประเมินว่าจะน้อยกว่าประมาณการที่คาดไว้ที่ 3,000 ล้านบาท เนื่องมาจากโครงการภาครัฐล่าช้า และนับว่าเป็นรายได้ที่ลดลงกว่าปี 2558 ที่ทำได้ 4,590 ล้านบาท
นับจากปีนี้เป็นต้นไป 1 ปี-18 เดือนจะมีโรงไฟฟ้าทยอยจ่ายเข้าระบบ 300 กว่าเมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 171 เมกะวัตต์ ที่จะทำให้รายได้จากโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% ที่เหลือจะเป็นรายได้จากการซื้อมาขายไปอุปกรณ์ไฟฟ้า และรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง
โศภชา ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตจากปี 2559 ไม่น้อยกว่า 20% โครงการโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟ 60 เมกะวัตต์ ทำให้มีรายได้จากโรงไฟฟ้า 2,000 ล้านบาท รายได้จากงานก่อสร้าง 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้จากพลังงานทดแทน 50%
สำหรับปี 2562 จะมีโครงการโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จอีก 130 กว่าเมกะวัตต์ ที่จะทำให้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 70% ส่งผลให้รายได้เติบโต 30% จากปี 2561 และปี 2562 รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะเพิ่มเป็นมากกว่า 70% เพราะมีการจ่ายไฟจากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นเต็มปี ทำให้มีการจ่ายไฟมากกว่า 130 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้งบลงทุน 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นเงินลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท ปีหน้า 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจะทยอยลงทุนใน 3-4 ปีนี้ โดยเงินลงทุนดังกล่าว 20% เป็นทุนของบริษัท ที่เหลือเป็นเงินกู้จากธนาคาร
บริษัทจะรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 3 เท่า ต่ำค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่อยู่ที่ 4-5 เท่า โดยล่าสุดสิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 GUNKUL มีดี/อีเพียง 0.96 เท่า
ด้าน SCI เกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2559 ของบริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงปี 2558 พลาดเป้าหมายจากเดิมคาดว่าจะเติบโตกว่าปี 2558 ในอัตรากำไรขั้นต้น 15-18% เนื่องมาจากโครงการที่ลาวล่าช้า อย่างไรก็ตามคาดว่าปี 2560 รายได้จะเติบโตก้าวกระโดด เนื่องมาจากมีการขยายสายส่งแรงสูงเทเลคอมในไทยทั้งปีนี้และปีหน้า
ขณะที่รับรู้โครงการสายส่งเทเลคอมที่ลาวเต็มปี จากที่โครงการเริ่มเมื่อไตรมาส 3 ปี 2559 เป็นระยะเวลา 4 ปี จนถึงปี 2563 มูลค่าโครงการ 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้รายได้จากงานนี้ 20-25%
บริษัท เอสซีไอ เมทัล เทค (เมียนมา) หรือ SCIMTmm บริษัทย่อยได้ทำพิธีลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และบริการชุบกัลวาไนซ์ (สังกะสี) ที่เขตเศรษฐกิจติลาวา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยเป็นเงินกู้ 493.50 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ ที่เหลือเป็นเงินทุนของบริษัท โดยบริษัทยังมีหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.08 เท่า
"นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปเราจะเป็นหุ้นเติบโตสูง ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ" เกรียงไกร กล่าว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ GUNKUL ในไตรมาส 4 ปี 2559 จะอยู่ที่ 162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 และ 60.4% จากไตรมาส 3 ปี 2559 ซึ่งจะทำให้กำไรทั้งปีอยู่ที่ 544 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการเดิม 9.6%
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักในไตรมาส 4 ปี 2559 จะต่ำกว่าที่คาดไว้แม้ว่าโครงการ WED เฟส 2 (50 เมกะวัตต์) จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2559 แต่ยังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังเนื่องจากปัญหาด้านเทคนิค
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ WED ในไตรมาส 4 น่าจะต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า 50 ล้านบาท แต่ผลการดำเนินงานของโครงการนี้เริ่มกลับเข้าสู่ปกติตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 2559 จึงมองว่าความเสี่ยงด้านกำไรลดลงปี 2560-2561 จากโครงการ WED มีจำกัด
บริษัทยังจะรับรู้รายได้จากธุรกิจก่อสร้างและการขายสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้โตถึง 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 102% จากไตรมาส 3 แต่มองว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมากไม่น่าจะส่งผลต่อกำไรสุทธิมากนักเนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีอัตรากำไรต่ำเมื่อรวมผลกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 150 ล้านบาท ลดลง 11.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 19.6% จากไตรมาส 3
นอกจากนั้น คาดว่ากำไรสุทธิของ SCI ในไตรมาส 4 ปี 2559 จะอยู่ที่ 110 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2558 และโตถึง 93% จากไตรมาส 3 ปี 2559 จากการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากงาน EPC โครงการสายส่งไฟฟ้า 500kV เฟสที่ 1 (มูลค่า 417 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งบริษัทได้เซ็นสัญญาไปเมื่อเดือน พ.ค. 2559 และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ 4 ปีนี้
เคจีไอ คาดว่ากำไรสุทธิปี 2560 จะโตถึง 180% จากปี 2559 เป็น 446 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการสายส่งไฟฟ้าเฟสที่ 1 นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะเซ็นสัญญา 2 โครงการ EPC ในลาว ได้แก่ โครงการ PDSR เฟสที่ 2 (มูลค่า 67 ล้านเหรียญสหรัฐ) และโครงการสายส่งไฟฟ้า 500kV เฟสที่ 2 (มูลค่า 306 ล้านเหรียญสหรัฐ) ได้ในไตรมาสแรกปี 2560 และจะเริ่มรับรู้รายได้จาก 2 โครงการนี้ในไตรมาส 3







