
Asset Checkup สินทรัพย์ไหนมาแรงปีนี้
โดย...CMT นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต
โดย...CMT นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต
กติแล้วเวลาที่เราจะดูว่าสินทรัพย์ไหนที่กำลังมาแรง นอกจากพิจารณาภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นแล้ว ผู้จัดการกองทุนยังมีการวิเคราะห์เชิงเทคนิคเพื่อพิจารณาด้วย โดยในบทความนี้ ผมจะมาแนะนำให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับเครื่องมือที่ไว้ประเมินความแข็งแกร่งระหว่างสินทรัพย์ ที่เราเรียกกันว่า Relative strength ซึ่งเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกชอบจะใช้กันเพื่อประเมินว่าสินทรัพย์ใดมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่า (Outperform)
โดยก่อนที่จะวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ หลักๆ ต้องดูก่อนว่าตลาดโลกโดยรวมสดใสหรือไม่ แล้วค่อยเจาะรายสินทรัพย์ว่าที่ไหนน่าลงทุน ผมเลยขอเริ่มที่ภาวะตลาดโลกตอนนี้กันครับ
(Fig 1) : iShares MSCI World ETF / Sources : stockcharts.com
ภาพแรกคือ World ETF หรือ ดัชนีหุ้นโลก (Fig.1) จะเห็นได้ว่าตลาดโลกตอนนี้อยู่ในภาวะขาขึ้น โดยทางเทคนิคแล้วเราจะประเมินว่าเป็นขาขึ้นหรือไม่ หลักๆ จะมาจาก 3 กฎดังนี้ครับ
1.ราคาทำจุดสูงสุดต่อเนื่อง หรือ Breakout
2.เส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางกับระยะยาวยืนยันขึ้นทั้งคู่ (MA Crossover)
3.เส้นแนวโน้มมีความชันขึ้น (trend line is up) โดยในรูปถือว่าเข้าข่ายขาขึ้นทุกประการ
นอกจากนี้ ภาคเทคนิคยังสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานด้วย เพราะอัตราการเติบโตของจีดีพีปี 2017 นี้ยังโตต่อเนื่องที่ 3.2% (ข้อมูลจาก BloomBerg) และ EPS GROWTH ของ MSCI World ปีนี้ยังโตดีมากที่ 34% สาเหตุหลักๆ มาจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ EPS GROWTH ของตลาดหุ้นหลัก เช่น ญี่ปุ่นและไทย ปีนี้ยังเติบโต 28% และ 15% ตามลำดับ ทั้งเทคนิคและพื้นฐานแล้ว จึงทำให้ตลาดหุ้นโลกตอนนี้อยู่ในแนวโน้มสดใสครับ
(Fig.2) Nikkei to World relative charts / Sources : stockcharts.com
ทีนี้ เรารู้แล้วว่าเรากำลังอยู่ในภาวะตลาดโลกที่เป็น “ขาขึ้น” เราก็มาดูต่อกันว่า ตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกนั้น ที่ไหนมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าบ้าง โดย (Fig.2) ดัชนีหุ้นนิกเกอิเทียบกับหุ้นโลก จากรูปจะเห็นว่าญี่ปุ่นมีแนวโน้มดีกว่าตลาดโลก แปลว่าตลาดหุ้นโลกที่ว่าดีแล้ว ตลาดหุ้นญี่ปุ่นแข็งกว่านั่นเองครับ
(Fig.3) SET Index to World ETF / Sources : stockcharts.com มาดูหุ้นไทยกันบ้าง โดย (Fig.3) โดยกราฟนี้บอกว่าที่ผ่านมา หุ้นไทยแพ้หุ้นโลกมาตลอด อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2016 ก็หยุดลงและเริ่มทำจุดต่ำสุดสูงขึ้น และฟอร์มตัวในกรอบ Trend channel ซึ่งแปลว่ามีโอกาสที่หุ้นไทยจะกลับมาดีขึ้นกว่าตลาดโลกได้ ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันด้วยการทะลุ Trend channel ให้ได้เสียก่อนครับ
(Fig.4) SET Index to GOLD / Sources : stockcharts.com ต่อมาคือสินทรัพย์ยอดนิยม ได้แก่ ทองคำนั่นเองครับ โดย (Fig.4) เมื่อเทียบหุ้นไทยกับทองคำ จะเห็นแนวโน้มเป็นขาขึ้น แปลว่า หุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่ดีกว่าการลงทุนในทองคำครับ ในอดีตที่ผ่านมาการลงทุนในหุ้นก็ให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ และแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ครับ (หุ้นดีกว่าทอง) ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าการลงทุนในทองคำไม่น่าสนใจ เพราะกราฟบอกแค่ว่าหุ้นมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าทอง (Outperform) เท่านั้นเองครับ
โดยสรุปแล้ว ในเชิงเทคนิคแนวโน้มหุ้นโลกยังสดใส และหุ้นต่างประเทศที่น่าจะนำตลาดโลก คือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ขณะที่หุ้นไทยก็มีโอกาสกลับมา Perform เช่นกัน ส่วนทองคำเป็นสินทรัพย์น่าสนใจน้อยที่สุด เพราะมีโอกาสให้ผลตอบแทนน้อยสุดในเชิงเปรียบเทียบครับ







