posttoday
ARROW

ARROW

30 มกราคม 2560

โดย...จิตรา

โดย...จิตรา

FSS ยังคงแนะนำซื้อสำหรับหุ้น บริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) โดยมีราคาที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปีนี้ 22.30 บาท อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 18 เท่า สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2559 มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 3 และ 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงส่งมอบท่อร้อยสายไฟรถไฟฟ้าสายสีแดง และท่อสื่อสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ รวมถึงบริษัทลูกสามารถปิดงานรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าที่เหลือได้เกือบหมด

ขณะที่การเติบโตของกำไรสุทธิปี 2560 อาจทำได้ดีกว่าคาดที่ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะบริษัทลูกมีงานในมือเติมเข้ามาต่อเนื่อง และคาดว่าจะส่งมอบท่อร้อยสายไฟของรถไฟฟ้าสีเขียวเหนือเพิ่มในไตรมาส 2 ปี 2560 อีกทั้งงานก่อสร้างที่ฟื้นตัว จะทำให้ ARROW ได้ประโยชน์ 2 เด้ง จากการจำหน่ายท่อร้อยสายไฟ และท่อ Post-Tension ที่ใช้ในการงานโครงสร้าง ราคาหุ้นเริ่มปรับฐานลงบ้างแล้ว และยังมีพี/อีต่ำเพียง 14 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ที่ 25 เท่า จึงคิดว่าน่าสนใจลงทุน

ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิ ไตรมาส 4 ปี 2559 สร้างจุดสูงสุดใหม่ที่ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปกติไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงยอดขายท่อร้อยสายไฟชะลอตัวเพราะเป็นช่วง

โลว์ซีซั่นของการก่อสร้าง

แต่คาดว่าไตรมาส 4 ปี 2559 จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ จากการส่งมอบท่อสื่อสารให้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และงานวางระบบไฟฟ้าของเมฆา-เอส (ถือหุ้น 65%) ที่มีงานในมือเหลืออยู่ 130 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับผลดีจากการเร่งสต๊อกของลูกค้าบางกลุ่มที่กังวลกับการพุ่งขึ้นของราคาเหล็ก ทำให้คาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส และ 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 426 ล้านบาท

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวในระดับ 31% เนื่องจากราคาเหล็กไม่ได้ขยับขึ้น และ ARROW มีการสต๊อกวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 3 และ 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 75 ล้านบาท

งานก่อสร้างดีขึ้น

ปี 2559 เป็นปีที่ยากลำบากของ ARROW ทั้งจากงานก่อสร้างที่ชะลอตัว โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์และราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง แต่กำไรสุทธิของ ARROW ยังสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้ สำหรับปี 2560 เรามองว่าเงื่อนไขทางเศรษฐกิจผ่อนคลายกว่าปีก่อนมาก โดย BCI Asia (ผู้จัดทำข้อมูลโครงการก่อสร้าง) คาดมูลค่างานก่อสร้าง 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1 ล้านล้านบาท กลุ่มที่เพิ่มขึ้นมากสุดคือ อสังหาริมทรัพย์ 321,785 ล้านบาท (+39%) สอดคล้องกับยอดจดทะเบียนอาคารชุดทั่วประเทศของ ธปท. งวด ต.ค. 2559 ที่พลิกกลับมาเพิ่มขึ้น 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากที่ทรุดหนักในเดือน ก.ค.-ก.ย. 2559 เฉลี่ย 44% ต่อเดือน ตัวเลขการลงทุนที่ดีขึ้นมาก นอกจากจะทำให้ ARROW ขายท่อร้อยสายไฟที่เป็นสินค้าหลักได้เพิ่มขึ้น ยังเพิ่มโอกาสในการขายท่อ Post-Tension ที่ใช้ในงานโครงสร้าง (20% ของรายได้รวม) ซึ่งเป็นสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ชะลอตัวในปีก่อนด้วย

นอกจาก ARROW น่าสนใจระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ และมูลค่าด้านการลงทุนที่ดีขึ้นแล้ว การเติบโตในระยะยาวก็น่าสนใจทั้งจากสินค้าใหม่ เช่น ท่อร้อยสายไฟใต้ดิน (มูลค่าโครงการลากสายไฟลงดินทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนของท่อ 1,000 ล้านบาท) และการเข้าไปร่วมทุนกับธุรกิจเกี่ยวเนื่องคล้ายเมฆา-เอส ที่จะยกระดับให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นโอกาสขึ้น ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ ราคาปัจจุบันซื้อขายบนพี/อีเพียง 14 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 25 เท่า ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรดีกว่ากลุ่ม โดยอัตรากำไรสุทธิและอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อยู่ที่ 21% และ 28% สูงกว่ากลุ่มที่ 10% และ 15% ตามลำดับ จึงแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐานที่ 22.30 บาท อิงพี/อี 18 เท่า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ