
จับตามองการประชุมนโยบายการเงินของประเทศหลัก
โดย...อัญชลี ซิงห์ ผู้ชำนาญการ
โดย...อัญชลี ซิงห์ ผู้ชำนาญการ
ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.20-35.50 โดยตลาดจะต้องติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางในหลายประเทศและตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ด้วย สำหรับการประชุมของธนาคารกลาง ตลาดมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (31 ม.ค.) สหรัฐ (2 ก.พ.) และอังกฤษ (2 ก.พ.) ทั้งหมดจะคงนโยบายการเงินไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดจะรอดูความเห็นของผู้ว่าการธนาคารกลางต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่สำคัญในสัปดาห์นี้ประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ โดยนักเศรษฐศาสตร์ในตลาดมองว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตของ สหรัฐจะปรับขึ้น 1.68 แสนตำแหน่ง หากตัวเลขนี้ออกมาดีกว่าประมาณการ เงินเหรียญสหรัฐอาจจะได้รับแรงหนุนได้
นอกจากนี้ ยุโรปจะประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 อาจมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรได้ ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปิดเผยตัวเลขรายเดือนของเดือน ธ.ค. สำหรับเศรษฐกิจไทย นอกจากปัจจัยเหล่านี้ตลาดจะยังรอดูการออกกฎหมายและรายละเอียดนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ โดยจะยังเป็นความเสี่ยงในตลาดในระยะสั้นนี้ต่อไป
ค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 35.41 และส่วนใหญ่เห็นการแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนเงินบาทมาจากการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ โดยเงินเหรียญสหรัฐได้รับแรงกดดันหลังจากการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ โดยในวันขึ้นสาบานตน ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายเขามากนัก แต่จะเน้นไปที่เรื่องนโยบายกีดกันการค้า ซึ่งตลาดมองว่านโยบายเหล่านี้จะกดดันเศรษฐกิจสหรัฐใน
ระยะยาว ทำให้นักลงทุนขายเงินเหรียญสหรัฐออก
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวตามแนวโน้มในภูมิภาคอยู่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังของสัปดาห์เงินบาทปรับอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐเป็นสำคัญ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินอื่นและเคลื่อนไหวในกรอบ 35.16-35.41 เงินบาทปิดตลาดที่่ระดับ 35.30







