
กฟผ.พร้อมลด ก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าสัตยาบัน
กฟผ.มั่นใจโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เป็นอุปสรรคในการลดก๊าซเรือนกระจก ยืนยันดำเนินการได้ตามที่ลงสัตยาบันไว้
โพสต์ทูเดย์ - กฟผ.มั่นใจโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เป็นอุปสรรคในการลดก๊าซเรือนกระจก ยืนยันดำเนินการได้ตามที่ลงสัตยาบันไว้
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมใน COP21 และ COP 22 ว่า กฟผ. สามารถลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตไฟฟ้าตามที่ประเทศไทยได้ลงนามสัตยาบันข้อตกลงปารีส (COP21) ไว้ ขณะเดียวกันได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีเป้าหมายต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่จะใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เครื่องที่ 4-7 ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าเดิม ได้กำลังไฟฟ้ามากขึ้นแต่ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ซึ่งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม
นอกจากนี้ กฟผ.ยังได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเดิม โดยการเปลี่ยนอุปกรณ์บางชิ้นส่วนทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าให้สูงขึ้น เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพกังหันไอน้ำของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 10 และ 11 จากการวิเคราะห์พบว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพได้ประมาณ 1.5% ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3.6-3.8 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี
ด้านการเดินหน้านโยบายพลังงานทดแทนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 500 เมกะวัตต์ เป็น 2,000 เมกะวัตต์ และเร่งขยายระบบสายส่งให้สอดคล้องกัน โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid เพื่อเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทางเลือกได้อีกด้วย







