
คปภ.เพิ่มมาตรการเยียวนาน้ำท่วม
คปภ.เพิ่มมาตรการเยียวยาน้ำท่วมใต้ “ตั้งศูนย์-เพิ่มชุดโมบายเคลื่อนที่”
คปภ.เพิ่มมาตรการเยียวยาน้ำท่วมใต้ “ตั้งศูนย์-เพิ่มชุดโมบายเคลื่อนที่”
นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังและหลายจังหวัดถูกน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 2 ทางคปภ. จึงได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) ตั้งศูนย์ประสานงานและจัดชุดโมบายเคลื่อนที่ โดยสำนักงานคปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ และให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานคปภ.จังหวัด ชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ส่วนสำนักงานคปภ.ภาค 9 (สงขลา) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ รวมทั้งให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานคปภ.จังหวัด โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.ภาค 9 เป็นหัวหน้าทีมหน่วยเคลื่อนที่ไปปฏิบัติงานร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกชุดให้จัดทีมหน่วยเคลื่อนที่ โดยให้ไปดำเนินการร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่น้ำท่วมติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดโดยรายงานต่อเลขาธิการคปภ.โดยตรง และหากมีปัญหาข้อข้องใจในทางปฏิบัติให้ประสานงานโดยตรงกับเลขาธิการ คปภ.
โดยข้อมูลล่าสุด (วันที่ 26 มกราคม 2560) พบว่ามีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 1,856 รายการ ประเมินความเสียหาย 559,961,758 บาท โดยรถยนต์ที่ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย 1,631 คัน ประเมินความเสียหาย 139,272,122 บาท ประกันภัยการเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) 104 ราย ประเมินความเสียหาย409,164,593 บาท ประกันอัคคีภัย (ที่อยู่อาศัยที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม) 69 ราย ประเมินความเสียหาย 3,911,334 บาท ประกันอัคคีภัย (อาคารพาณิชย์/SME) 49 ราย ประเมินความเสียหาย 7,363,708 บาท ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ (PA) 3 ราย ประเมินความเสียหาย 250,000 บาท
นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังและหลายจังหวัดถูกน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 2 ทางคปภ. จึงได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) ตั้งศูนย์ประสานงานและจัดชุดโมบายเคลื่อนที่ โดยสำนักงานคปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ และให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานคปภ.จังหวัด ชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ส่วนสำนักงานคปภ.ภาค 9 (สงขลา) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ รวมทั้งให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานคปภ.จังหวัด โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.ภาค 9 เป็นหัวหน้าทีมหน่วยเคลื่อนที่ไปปฏิบัติงานร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกชุดให้จัดทีมหน่วยเคลื่อนที่ โดยให้ไปดำเนินการร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานคปภ.จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่น้ำท่วมติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดโดยรายงานต่อเลขาธิการคปภ.โดยตรง และหากมีปัญหาข้อข้องใจในทางปฏิบัติให้ประสานงานโดยตรงกับเลขาธิการ คปภ.
โดยข้อมูลล่าสุด (วันที่ 26 มกราคม 2560) พบว่ามีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 1,856 รายการ ประเมินความเสียหาย 559,961,758 บาท โดยรถยนต์ที่ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย 1,631 คัน ประเมินความเสียหาย 139,272,122 บาท ประกันภัยการเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) 104 ราย ประเมินความเสียหาย409,164,593 บาท ประกันอัคคีภัย (ที่อยู่อาศัยที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม) 69 ราย ประเมินความเสียหาย 3,911,334 บาท ประกันอัคคีภัย (อาคารพาณิชย์/SME) 49 ราย ประเมินความเสียหาย 7,363,708 บาท ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ (PA) 3 ราย ประเมินความเสียหาย 250,000 บาท







