posttoday
เบนซ์กับ 4 เสาหลัก แห่งอนาคต

เบนซ์กับ 4 เสาหลัก แห่งอนาคต

26 มกราคม 2560

บริษัท ไดม์เลอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เบนซ์ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมของโลก

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

บริษัท ไดม์เลอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เบนซ์ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมของโลก แต่ระยะหลังเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะจากเทสล่า ซึ่งยอดเยี่ยมในแง่รถยนต์ไฟฟ้าปราศจากมลพิษ ขับเคลื่อนด้วยตนเองเกือบสมบูรณ์แบบ ยิ่งไปกว่านั้น มีความเร็วสูงระดับเฟอร์รารี ทั้งๆ ที่ราคาต่ำกว่ามาก ล้างภาพลักษณ์ที่ว่ารถยนต์ไฟฟ้าแล่นช้า พร้อมกับภาพลักษณ์ว่าเป็นรถยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ทำงานย่านซิลิคอนวัลเลย์ ขณะที่เบนซ์กลายเป็นรถยนต์สำหรับคนรุ่นเก่า

จากความท้าทายข้างต้น ไดม์เลอร์ได้ส่งบุคลากรนับร้อยคนเดินทางไปซิลิคอนวัลเลย์ เพื่อศึกษาความเป็นเลิศของบริษัทชั้นนำ เช่น แอปเปิ้ล อัลฟาเบท (กูเกิล) อูเบอร์ ฯลฯ เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งแปลกใหม่ ไม่ยึดติดกับกรอบอนุรักษนิยม

ทั้งนี้ ผู้บริหารไดม์เลอร์ได้กล่าวว่าแม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ดูเหมือนอุ้ยอ้าย แต่ต้องพัฒนาให้เปรียบเสมือนกับเป็นแรด ซึ่งแม้เป็นสัตว์ขนาดใหญ่แต่ไม่ได้เชื่องช้าแต่อย่างใด

จากนั้นได้ประกาศปลายปี 2559 เกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ ประกอบด้วย 4 เสาหลัก มีอักษรย่อว่า CASE ดังนี้

ประการแรก Connected จะพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงระหว่างรถยนต์กับหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานจราจร สนามบิน ที่จอดรถ ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น เมื่อต้องการจอดรถยนต์ แอพจะตรวจสอบว่ามีที่จอดไหนว่างซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด พร้อมกับจองที่จอดรถก่อนเดินทางไปถึง

ประการที่สอง Autonomous ตั้งเป้าหมายภายในปี 2572 รถยนต์เบนซ์จะต้องสามารถขับเคลื่อนด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ระดับที่ 5 โดยขับขี่อัตโนมัติแม้เรานอนหลับในรถยนต์หรือไม่มีคนอยู่ในรถยนต์ ขณะเดียวกันต้องปลอดภัยสูงกว่าขับด้วยบุคคลหลายเท่าตัว

ประการที่สาม Shared & Service แนวโน้มอนาคต คือ คนจะซื้อรถยนต์น้อยลง แต่จะแบ่งปันใช้ร่วมกันมากขึ้น ดังนั้น ไดม์เลอร์ต้องปรับตัวมาสู่การให้บริการรูปแบบใหม่นี้ เป็นต้นว่า ได้ก่อตั้งธุรกิจ Car2Go
ซึ่งประสบผลสำเร็จมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากถึง 2.2 ล้านคน

ในอนาคตขับเคลื่อนด้วยตนเองสมบูรณ์แบบ การแบ่งปันจะสะดวกสบายมากขึ้น เช่น เมื่อแล่นถึงสนามบิน เราจะลงจากรถยนต์เพื่อเดินเข้าอาคาร รถยนต์จะแล่นไปที่จอดโดยอัตโนมัติ และเมื่อมีผู้กดแอพของ
ไดม์เลอร์เพื่อขอใช้บริการ รถยนต์จะแล่นไปให้บริการ ทำให้เรามีรายได้เสริมขณะไม่ใช้งานรถยนต์ เมื่อเดินทางกลับถึงสนามบิน รถยนต์จะเช็กข้อมูลสนามบินว่าเครื่องบินจะลงจอดเวลาใดและเราจะเดินออกประตูใด จากนั้นจะจอดอัตโนมัติ ณ จุดที่ใกล้ที่สุด

ประการที่สี่ Electric Drive ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า โดยขั้นแรกภายในปี 2563 เบนซ์ทุกรุ่นทุกแบบ ที่เดิมมีเฉพาะเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะต้องมีเครื่องยนต์ไฮบริดที่ชาร์จได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

เป้าหมายขั้นที่สอง ภายในปี 2568 รถยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 15-25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด โดยทุกรุ่นทุกแบบจะมีมาตรฐานสูง ชาร์จแต่ละครั้งสามารถแล่นได้ไกลถึง 500 กม. และเมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จไฟฟ้าได้เกือบเต็มโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ