
Speedmaster
เรือนเวลาล่าสุด 2 สไตล์จากโอเมก้า (Omega) ได้แก่ Omega Speedmaster Grey Side of the Moon “Meteorite” ตัวเรือนเซรามิกสีเทาขนาด 44.25 มม. พื้นหน้าปัดหินอุกกาบาตกีเบียน (Meteorite Dial) ที่ตกลงมาในประเทศนามิเบีย ดีไซน์จนได้เป็นลวดลายวิดแมนสทาแทนเฉพาะตัว ครั้งแรกของการใช้สเกล ทาคีมิเตอร์ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยโอเมก้า เซราโกลด์ พร้อมทองเซ็ดน่า โกลด์ 18 กะรัต บนขอบตัวเรือน อินเด็กซ์ และเข็มบอกเวลา เผยการทำงานของกลไกโอเมก้า โค-แอ็กเซียล คาลิเบอร์ 9300 ผ่านฝาหลังคริสตัลแซปไฟร์ กับสายหนังสีเทาที่เข้ากับตัวเรือน (ราคา 489,000 และ 458,000 บาท)
เรือนเวลาล่าสุด 2 สไตล์จากโอเมก้า (Omega) ได้แก่ Omega Speedmaster Grey Side of the Moon “Meteorite” ตัวเรือนเซรามิกสีเทาขนาด 44.25 มม. พื้นหน้าปัดหินอุกกาบาตกีเบียน (Meteorite Dial) ที่ตกลงมาในประเทศนามิเบีย ดีไซน์จนได้เป็นลวดลายวิดแมนสทาแทนเฉพาะตัว ครั้งแรกของการใช้สเกล ทาคีมิเตอร์ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยโอเมก้า เซราโกลด์ พร้อมทองเซ็ดน่า โกลด์ 18 กะรัต บนขอบตัวเรือน อินเด็กซ์ และเข็มบอกเวลา เผยการทำงานของกลไกโอเมก้า โค-แอ็กเซียล คาลิเบอร์ 9300 ผ่านฝาหลังคริสตัลแซปไฟร์ กับสายหนังสีเทาที่เข้ากับตัวเรือน (ราคา 489,000 และ 458,000 บาท)
Omega Speedmaster “CK2998” Limited Edition ถ่ายทอดความคลาสสิกตาม “ซีเค 2998” ต้นแบบในปี 1959 ผสมผสานกลิ่นอายของตัวเรือนสเตนเลสสตีลยุคดั้งเดิม และความทันสมัยของยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว สง่างามด้วยสีน้ำเงิน ขอบตัวเรือนเซรามิกสีเดียวกัน ออกแบบให้รับกับสเกลทาคีมิเตอร์เคลือบด้วยซูเปอร์-ลูมิโนว่าสีขาว 3 หน้าปัดย่อย และตัวติดตามเวลา คุมโทนสีน้ำเงิน เข็มบอกเวลาทรงอัลฟ่า และเข็มวินาทีโครโนกราฟแบบ “lollipop” มาพร้อมสายหนังสีน้ำเงินตะเข็บสีเบจ ขับเคลื่อนโดยกลไก โอเมก้า คาลิเบอร์ 1861 ผลิตลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียง 2,998 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแกะสลักรูป Seahorse Medallion และหมายเลขลิมิเต็ด อิดิชั่น (ราคา 203,000 บาท)
สัมผัส 2 เรือนเวลาใหม่ได้ที่บูติค สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สาขาสยามพารากอน และสาขาดิ เอ็มโพเรียม







