
เปิดตัวมาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ อัดแน่นเทคโนโลยีราคาเริ่ม8.47แสน
"มาสด้า" เปิดตัว มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ ชูจุดเด่นเทคโนโลยีพรีเมียมสร้างมาตรฐานเทียบเท่ารถยุโรป ราคาเริ่มต้น 8.47 แสนบาท
"มาสด้า" เปิดตัว มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ ชูจุดเด่นเทคโนโลยีพรีเมียมสร้างมาตรฐานเทียบเท่ารถยุโรป ราคาเริ่มต้น 8.47 แสนบาท
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวรถยนต์ มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด "โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่นใหม่" ที่เน้นความสปอร์ตและหรูหรามากขึ้น รวมทั้ง เป็นครั้งแรกที่มาสด้าใส่ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS เข้ามาในรถยนต์นั่ง ที่จะช่วยให้การทรงตัวของรถเป็นไปอย่างนิ่มนวล ส่งผลให้เกิดการยึดเกาะถนนดียิ่งขึ้น โดยมีราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 847,000 บาท
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การปรับโฉมใหม่ของมาสด้า3 ในประเทศไทย ได้วางตำแหน่งการเข้าสู่ตลาดในกลุ่ม C-segment ระดับพรีเมียมเทียบเท่ากับคู่แข่งรถยนต์จากค่ายยุโรป ซึ่งมาสด้ากำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย โดยมาสด้าได้ยืนยันถึงแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลก และมาสด้าประเทศไทยกำลังผลักดันรถยนต์รุ่นอื่นๆ ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อลูกค้าชาวไทยได้เป็นเจ้าของในอีกหลากหลายรุ่น
ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายมาสด้า 3 ไว้ที่ 5,500 คันต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 33% และจะเป็นโมเดลหลักที่จะทำให้มาสด้าสามารถครองอันดับ 3 อย่างถาวรในตลาดรถยนต์นั่ง และขยับเข้าใกล้กับอันดับสองได้มากที่สุด
สำหรับมาสด้า3 ใหม่ ได้มีการเพิ่มรุ่นย่อยของซีดาน 4 ประตู ขึ้นมาอีก 1 รุ่น คือ รุ่น 2.0 SP ที่ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเทียบเท่าแบบ 5 ประตู รุ่น 2.0 SP Sports ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่อชอบรถสไตล์ซีดาน 4 ประตู โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 847,000 บาท
สำหรับไฮไลต์ที่น่าสนใจของมาสด้า 3 รุ่นปรับโฉมใหม่มีดังนี้
สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบ
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากมาสด้า SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ซึ่งถูกนำมาใส่ในมาสด้า3 ใหม่ เป็นรุ่นแรก พร้อมที่จะสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ รวมถึงการสัมผัสกับความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนและรถได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ G-VECTORING CONTROL ซึ่งเป็นระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ GVC แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นรถสปอร์ต ผสานกับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน โดยมีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุด 14.0:1 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.6 กม./ลิตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
รูปลักษณ์ใหม่เพิ่มความหรูหราพรีเมียม
ปรับปรุงดีไซน์ใหม่ ภายนอกให้ความเป็นสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า กันชนหน้า ไฟตัดหมอก ที่ถูกดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ใหม่ รวมไปถึงไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ในรุ่น 5
ประตู สีภายนอกมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 สี คือ สีแดง โซล เรด, สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช, สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิค และเพิ่มเติม 3 สีใหม่ คือ สีดำ เจ็ท แบล็ก, สีเทา เมทิเออ เกรย์ ไมก้า และสีน้ำเงิน อีเทอนอล บลู
ภายในสปอร์ตพรีเมียมมากกว่าเดิม
อุปกรณ์ตกแต่งภายในเพิ่มความเป็นรถสปอร์ตพรีเมียม โดยเลือกใช้สีแบบทูโทนภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยเบาะหนังทูโทน น้ำตาล-ดำ หรูหรายิ่งขึ้นกับแผงประตูที่เพิ่มวัสดุสีเงิน สีดำวาว Piano Black และคอนโซล พวงมาลัย มาตรวัดความเร็ว ในดีไซน์รูปแบบใหม่ อีกทั้งจอ Active Driving Display เปลี่ยนเป็นแบบสีเพื่อการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน
ความสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์มาตรฐานของการขับขี่ที่ครบครันมากขึ้น
สะดวกยิ่งขึ้นด้วยจอ Center Display ดีไซน์ใหม่แบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว และเพิ่มระบบเบรคมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้นด้วย i-ACTIVSENSEที่ครบครัน และดีที่สุดของมาสด้าในระดับโลก
เพิ่มฟังชั่นก์ความปลอดภัยใหม่ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ประกอบด้วย
* ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับการทำงานของไฟสูง-ต่ำแยกอิสระซ้าย-ขวา
* MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า
* SBS (Smart Brake Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ
* DAA (Driver Attention Alert) ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่
* LAS (Lane-Keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
* LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
* SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ
* SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง
* ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
* RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง
ความปลอดภัยเชิงปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) ด้วยระบบ ESS (EMERGENCY SIGNAL SYSTEM) สัญญาณไฟกระพริบเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกรถอย่างกระทันในภาวะฉุกเฉิน เพื่อส่งสัญญาณเตือนรถคันหลังให้ลดความเร็วลง และเมื่อผู้ขับขี่เอาเท้าออกจากแป้นเบรก สัญญาณไฟเตือนฉุกเฉินจะดับลงโดยอัตโนมัติ หากผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างกะทันหันจนกระทั่งรถหยุดนิ่ง สัญญาณไฟเตือนฉุกเฉินจะยังคงกระพริบเตือนรถคันหลังให้ระวัง และลดความเร็ว
นอกจากนี้ยังมี ABS ทั้ง 4 ล้อ พร้อม EBD ที่ช่วยกระจายแรงเบรก, ถุงลงนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย, DSC (Dynamic Stability Control) ช่วยควบคุมเสถียรภาพ และการทรงตัวของรถ, HLA (Hill Launch Assist) ช่วยในการออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน และ TCS (Traction Control System) ช่วยป้องกันรถเลื่อนไถล จากองค์ประกอบที่กล่าวมาทั้งสิ้น สัมผัสได้ถึงการให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ร่วมจราจรบนท้องถนน ที่มาสด้าพยายามคิดค้น และเติมเต็มความปลอดภัยให้ครอบคลุมมากที่สุดด้วยเทคโนโลยีจากมาสด้า
เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารที่เหนือชั้นด้วย MZD CONNECT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ ให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์แม้ขณะอยู่ในรถ ระบบความบันเทิงในรถ และการเชื่อมต่อกับโลกโซเชียล ค้นหาข้อมูลได้แม้ในขณะเดินทาง พร้อมทะยานสู่ความสำเร็จได้ทุกเวลา ระบบนำทางผ่านจอ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว







