posttoday
ปี60 ธุรกิจหลักทรัพย์แข่งเดือด!!

ปี60 ธุรกิจหลักทรัพย์แข่งเดือด!!

23 มกราคม 2560

การแข่งขันในอุตสาหกรรมรุนแรงเช่นเดิม จะเริ่มมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในรูปแบบมีเทคโนโลยีที่คิดว่ามาช่วยทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่า

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ปี 2560 ธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แข่งขันดุเดือด มีผู้เล่นใหม่เข้ามา ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) ที่นับวันจะลดลง ทำให้ต้องปรับตัว เพิ่มเครื่องมือเพื่อให้บริการลูกค้ามากขึ้น

“ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมรุนแรงเช่นเดิม จะเริ่มมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในรูปแบบมีเทคโนโลยีที่คิดว่ามาช่วยทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ทุก บล.เหนื่อย ต้องปรับตัวและพัฒนาตัวเองที่จะหาตัวช่วยนักลงทุนมากขึ้น

ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาหากคิดเพียงว่าแค่มีระบบที่ทำให้ต้นทุนที่ถูกกว่า ต้องไม่ประมาท เพราะความจริงมีต้นทุนแฝงอยู่มาก โดยเฉพาะระบบงานหลังบ้านที่ต้องดูแลทรัพย์สินของลูกค้าเป็นอย่างดี ที่สำคัญระบบต้องสามารถเดินไปได้ตลอด พร้อมกับการเก็บแบ็กอัพข้อมูลที่มากกว่า 1 ระบบ

สิ่งที่สมาคมพยายามดำเนินการ คือ การแข่งขันที่อยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของลูกค้า ไม่เน้นแข่งขันด้านราคาหรือหั่นค่าคอมมิชชั่น เพราะค่าคอมมิชชั่นถูกไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ลูกค้าได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดี หรือมีสินทรัพย์ที่งอกเงยอย่างมั่นคงได้ เพราะเมื่อเกิดความเสียหายก็ต้องมีช่องทางทำให้ได้ลงทุนหรือเรียนรู้ เข้าใจ รู้จังหวะในการลงทุนที่มากขึ้นด้วย 

ปีนี้อุตสาหกรรม บล.จะก้าวสู่ “ยุคดิจิทัล 2.0” ที่ทุกแห่งเข้าสู่โหมดดิจิทัล 100% ตั้งแต่ระบบการเปิดบัญชี การเข้าถึงบทวิเคราะห์ ฯลฯ หลังจากเริ่มเวอร์ชั่น 1.0 มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาซึ่งภาพรวมอุตสาหกรรมทำได้ประมาณ 75-80% ส่วนเวอร์ชั่น 2.0 จะเน้นโปรโมทนวัตกรรม ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยในเทคโนโลยี รวมไปถึงการเตรียมระบบหลังบ้านเพื่อก้าวไปสู่ T+2 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีเป้าหมายว่าจะพยายามให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นปีนี้หรือปีหน้า

“ค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 0.12% แต่ต้องแยกค่าคอมมิชชั่นในส่วนลูกค้าสถาบันต่างประเทศออกมาเพราะเป็นระดับที่ต่ำ เนื่องจากสามารถคีย์คำสั่งซื้อขายได้โดยตรง แต่หากดูค่าคอมมิชชั่นประเภทนักลงทุนรายบุคคลเฉลี่ยอยู่ที่ 0.14% แต่หากไปถึงระดับ 0.12% จะทำให้ บล.ทุกแห่งต้องแบกรับขาดทุน” ภัทธีรา กล่าว

ปี60 ธุรกิจหลักทรัพย์แข่งเดือด!! ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์

ดังนั้น บล.จะต้องมีนโยบายบริหารคอมมิชชั่นที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน 5 หมื่นล้านบาท มีบาง บล.ขาดทุน เพราะมีต้นทุนแฝงอยู่มาก โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยทางด้านไอทีในการป้องกันข้อมูลของลูกค้าหรือระบบการซื้อขายให้มีเสถียรภาพ

“อุตสาหกรรมตื่นตัวกับการออก แอพพลิเคชั่นใหม่ ทั้งร่วมมือกับพันธมิตรฟินเทค หรือแต่ละบริษัทพัฒนาออกมาเปิดตัวแข่งขัน เป็นการดึงดูดและเสริมการบริการลูกค้า สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ด้านหนึ่งคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และเป็นเรื่องยากที่ บล.จะปฏิเสธ รวมถึงการดูแลระบบความปลอดภัยทางด้านไอทีที่ต้องป้องกันข้อมูลของลูกค้าหรือระบบการซื้อขายให้มีเสถียรภาพ ทั้งหมดนี้คือการเพิ่มสินค้าและบริการนักลงทุนอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับแต่ละ บล.ไปได้นาน”ภัทธีรา กล่าว

โจทย์ใหญ่ในบทบาทของสมาคม คือ ช่วยลดต้นทุนในอุตสาหกรรมนั่นคือ “ระบบหลังบ้าน” สำหรับการซื้อขายหุ้นถึงเวลาที่ต้องรุกอย่างจริงจัง จากตลอดกว่า 10 ปีแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง  ตลท.ได้พัฒนาและเปลี่ยนระบบงานหน้าบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วตั้งแต่สมัย “จรัมพร โชติกเสถียร” และ ตลท.ได้ช่วยเรื่องระบบงานหลังบ้านของตลาดอนุพันธ์ และล่าสุด ตลท.ได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานการทำแพลตฟอร์มหน่วยลงทุน “ฟันด์คอนเน็ค” ทำให้ บล.เกิดการขายหน่วยลงทุนในวงกว้างมากขึ้น เพราะทำให้ต้นทุน บล.ลดลง

สมาคมกับ ตลท.ได้หารือกับทางสมาชิก และอยู่ระหว่างการออกแบบหรือวางแพลตฟอร์มว่าจะใช้ไอทีหรือบล็อกเชนดำเนินการอย่างไร เนื่องจากแผนเดิมคาดกันว่า T+2 จะแล้วเสร็จปี 2561 แต่เมื่อมีระบบไอที ระบบการทำอี-เพย์เมนต์กับพร้อมเพย์ของธนาคารพาณิชย์ ก็ต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไร

ทั้งหมดจะส่งผลดีกับตลาดทุนทำให้ลูกค้าใช้ซูเปอร์ไฮเวย์ตัดเงิน การชำระราคาหุ้น การส่งมอบหุ้นมีกระบวนการรองรับมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อระบบการเงินกับตลาดทุนเชื่อมโยงกันจะทำให้ระบบมีความสมบูรณ์มากขึ้น คือ ทั้งเร็วและแม่นยำมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท