
ขสมก.นำรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ทดลองวิ่งแล้ว
ขสมก.เผยนำรถเมล์เอ็นจีวีทดลองวิ่งแล้ว-จดทะเบียนเสร็จแล้ว 80 คัน ยันหากไม่ติดปัญหาเดือน ก.พ. ได้ใช้เต็มรูปแบบแน่นอน
ขสมก.เผยนำรถเมล์เอ็นจีวีทดลองวิ่งแล้ว-จดทะเบียนเสร็จแล้ว 80 คัน ยันหากไม่ติดปัญหาเดือน ก.พ. ได้ใช้เต็มรูปแบบแน่นอน
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการรับมอบรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ว่า ขณะนี้บริษัทเบสท์ริน ได้ส่งมอบรถให้ ขสมก.แล้ว จำนวน 291 คัน โดยขณะนี้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ตรวจสภาพแล้วเสร็จจำนวน 110 คันโดยได้จดทะเบียนแล้วจำนวน 70-80 คัน
ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 19 -21 ม.ค. ขสมก. ได้นำรถจำนวน 5 คันมาทดลองวิ่งทดสอบสมรรถนะ ใน 5 สายทาง อาทิ สาย 510 และสาย 141 โดยมีตัวแทนจาก ภาคเอกชน คณะกรรมการตรวจรับ และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล. ) เข้าร่วมทดสอบด้วย พบว่าผลการทดสอบออกมาน่าพอใจผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนด ทั้งนี้การทดสอบดังกล่าวเป็นไปตามทีโออาร์ ที่กำหนดให้มีการสุ่มตัวอย่างรถ2% นำไปทดสอบวิ่งจริง
นายสุระชัยกล่าวอีกว่า รถเมล์ล็อตสุดท้ายจำนวน 98 คัน เบสท์รินแจ้งว่าจะนำออกจากท่าเรือและส่งมอบได้ภายในวันที่ 24-25 ม.ค. ก่อนเข้าสู่กระบวนการติดจีพีเอส และจดทะเบียนต่อไป ส่วนรถที่นำเข้าล็อตที่2 จำนวน 99 คันที่มีปัญหาเรื่องภาษีนำเข้านั้นปัจจุบันยังอยู่ที่ท่าเรือ ซึ่งจะเร่งรัดการส่งมอบได้ภายในช่วงปลายเดือน ม.ค.
ทั้งนี้ขั้นตอนการตรวจรับรถอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า โดยวันที่ 24 ม.ค. คณะกรรมการตรวจรับจะประชุมหารือแนวทางการพิจารณาตรวจรับรถ ส่วนการตรวจรับจะผ่านหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯหากพิจารณาแล้วพบว่ารถไม่ตรงตามสัญญาหรือขัดกับทีโออาร์ ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับมอบรถเมล์ได้
"ขั้นตอนการตรวจรับ จะดูหลักฐานตามสัญญา และเอกสาร หากพบว่ารถมีการผลิตในจีนก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับ เพราะสัญญาระบุว่า จะนำเข้ารถมาจากประเทศไหนต้องนำเข้ามาจากประเทศนั้น ซึ่งที่ผ่านมามีหลายฝ่ายรวมถึงกรมศุลกากรของไทยระบุว่ารถผลิตในจีน แต่ก็ยังไม่ใครนำเอกสารหลักฐานที่ยืนยันว่าผลิตในจีนออกมาแสดงเลย
ทั้งนี้เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ขสมก. ได้ทำหนังสือไปยังกรมศุลกากร เพื่อขอเอกสารหลักฐานดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับหลักฐาน ส่วนที่หลายฝ่ายระบุว่าเอกสารรับรองใบแหล่งกำเนิดสินค้าที่ออกโดยมาเลเซียอาจเป็นของปลอมนั้น เบื้องต้น ขสมก. จำเป็นต้องยึดจากเอกสารทางราชการที่ได้รับ เราไม่มีหน้าที่พิสูจน์ว่าเอกสารปลอมหรือไม่ปลอม เพราะ ขสมก. ไม่ใช่ดีเอสไอ"นายสุระชัย กล่าว
นายสุระชัย กล่าวอีกว่า หากขั้นตอนการตรวจรับไม่มีปัญหา ขสมก. ก็จะนำรถเริ่มมาวิ่งให้บริการได้ในเดือนก.พ.ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่หากในกรณีที่คณะกรรมการฯ ไม่ตรวจรับ ตามขั้นตอนสามารถส่งคืนสินค้า และเปิดทางให้คู่ค้าสามารถแก้ไขมาตรฐานสินค้าให้ตรงตามเงื่อนไข และส่งกลับมาใหม่ได้ เช่น หางราวจับไม่ตรงตามสัญญา ก็ให้นำกลับไปแก้ไขได้ แต่ต้องส่งมอบสินค้าภายหลังแก้ไขมาภายในระยะเวลาที่กำหนดหากพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่ส่งมอบ ก็สามารถยกเลิกสัญญาได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับด้วยว่าผิดสัญญาตรงไหนร้ายแรงถึงขนาดต้องบอกเลิกเลยหรือไม่







