posttoday
พอร์ตลงทุน 'อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา'

พอร์ตลงทุน 'อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา'

23 มกราคม 2560

การรุกคืบเข้าลงทุนในหุ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ “ตระกูลศรีวัฒนประภา” ด้วยการเข้ามาซื้อกิจการของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) หรือแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ สร้างความฮือฮามาก จากก่อนหน้ามีข่าวลือออกมาเป็นระยะว่า “วิชัย ศรีวัฒนประภา” พ่อของเขา ผู้ก่อตั้ง คิง เพาเวอร์ จะซื้อแอร์เอเชีย

การรุกคืบเข้าลงทุนในหุ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ “ตระกูลศรีวัฒนประภา” ด้วยการเข้ามาซื้อกิจการของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) หรือแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ สร้างความฮือฮามาก จากก่อนหน้ามีข่าวลือออกมาเป็นระยะว่า “วิชัย ศรีวัฒนประภา” พ่อของเขา ผู้ก่อตั้ง คิง เพาเวอร์ จะซื้อแอร์เอเชีย

การซื้อกิจการในครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจาก “คิง เพาเวอร์” เจ้าของทีมฟุตบอลในลีกอังกฤษ คือ สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของฉายาจิ้งจอกสีน้ำเงิน และได้คืนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาล 2013-2014 ในฐานะแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยมี “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คิง เพาเวอร์ ในปัจจุบันเป็นรองประธานสโมสรเลสเตอร์  

ชื่อของ “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ทายาทของ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” แห่งอาณาจักร คิง เพาเวอร์ ถูกจับจ้องและอยากเป็นที่รู้จักมากขึ้นและยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อครั้งที่บริษัท บีซีพีจี (BCPG) บริษัทลูกของบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) มีการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งปรากฏชื่อ  “อัยยวัฒน์” เข้ามาซื้อกว่า 20 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท

อัยยวัฒน์ กล่าวว่า คิง เพาเวอร์ ไม่สนใจนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพราะด้วยธุรกิจของตระกูลที่ดำเนินการอยู่คือ  ธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพราะต้องเข้าไปมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้คน ดังนั้นการทำธุรกิจในลักษณะนี้จะรวดเร็ว ยืดหยุ่นและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง การเข้าไปเป็นบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ.จะต้องดำเนินการโดยผ่านมติของคณะกรรมการ และต้องผ่านผู้ถือหุ้นซึ่งอาจไม่ทันเวลาและไม่เหมาะสม

สำหรับการเข้าซื้อกิจการ AAV ในนามของครอบครัว เป็นการตัดสินใจซื้อจากความเชื่อใจกัน และหลังจากเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว หลังจากนี้จะเริ่มเห็นการเชื่อมโยงในการทำธุรกิจระหว่าง คิง เพาเวอร์ และแอร์เอเชียมากขึ้นและจะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในการแชร์ข้อมูลลูกค้าระหว่างกันเพราะการที่ คิง เพาเวอร์ ทำธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี จะรู้พฤติกรรมของคนเดินทางและรู้ข้อมูลและเส้นทางการเดินทาง ซึ่งการรู้ในเรื่องแบบนี้ก็จะถูกนำไปสู่การเปิดเส้นทางบินของแอร์เอเชีย ที่ทำได้ดีขึ้น

“การลงทุนในแอร์เอเชียของตระกูล ช่วงแรกหากดูในด้านของราคาหุ้นถือว่ารับข่าวดีที่ทางตระกูลเข้าไปแต่ในด้านของการทำธุรกิจก็จะต้องมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และเห็นผลมากขึ้น เช่น การที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทยสิ่งแรกที่จะเห็นคือ คิง เพาเวอร์ บนเครื่องบินของแอร์เอเชีย ซึ่งเมื่อคนคุ้นเคยรู้จักสุดท้ายก็จะเข้ามาใช้บริการทั้งหมดในคิง เพาเวอร์ ขณะเดียวกันเมื่อเรามีสายการบินเปิดเส้นทางก็จะต้องรู้และเดินทางกับแอร์เอเชีย”

อัยยวัฒน์ กล่าวว่า เริ่มศึกษาการลงทุนหุ้นมากว่า 3 ปี ส่วนหนึ่งศึกษามาจากผู้ใหญ่ที่ทำงานร่วมกับพ่อเพราะเป็นบุตรชายคนเล็กและก้าวขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในวัย 31 ปี ต้องหาความรู้และประสบการณ์จากผู้ใหญ่ แต่ไม่ได้ลงทุนจริงจังเพราะต้องให้เวลากับการบริหารธุรกิจของตระกูล ซึ่งการเข้าซื้อหุ้นไอพีโอของ BCPG ถือว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี การลงทุนก็จะอยู่ที่ AAV มีบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บ้างเพราะรู้จักในธุรกิจของ AOT เข้าใจธุรกิจดี การลงทุนเน้นธุรกิจที่เข้าใจและดูแลกิจการของอาณาจักร คิง เพาเวอร์ โดยในยุคที่บริหารได้คาดหวังว่า คิง เพาเวอร์ อยู่ในอันดับ 7 ของโลก จากทั้งหมด 20 แห่ง ส่วนการลงทุนก็มีบ้างเพื่อการศึกษาและเมื่อมีกำไรก็ขายออกมาบ้าง อย่างเช่นหุ้น BCPG เช่นเดียวกับ สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หากมีนักลงทุนสนใจก็พร้อมจะพิจารณา

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ