posttoday
เอสเอ็มอีเตรียมคืนถิ่น

เอสเอ็มอีเตรียมคืนถิ่น

23 มกราคม 2560

คณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วสำหรับกองทุน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อการพัฒนาช่วยเหลือเอสเอ็มอี เงินก้อนมหึมานี้รัฐบาลมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องทำรายละเอียดกองทุนให้ชัดเจนและประกาศใช้ภายใน 2 เดือนตามคำสั่งการของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันมาตรการนี้ให้กับพี่น้องเอสเอ็มอีทั่วประเทศมีโอกาสลืมตาอ้าปาก

คณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วสำหรับกองทุน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อการพัฒนาช่วยเหลือเอสเอ็มอี เงินก้อนมหึมานี้รัฐบาลมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องทำรายละเอียดกองทุนให้ชัดเจนและประกาศใช้ภายใน 2 เดือนตามคำสั่งการของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันมาตรการนี้ให้กับพี่น้องเอสเอ็มอีทั่วประเทศมีโอกาสลืมตาอ้าปาก

แอบได้ยินมาว่านี่เป็นแค่เงินประเดิมเบาะๆ 2 หมื่นล้านบาทก่อน จะหาทางนำเงินจากช่องทางอื่นๆ มาลงขันให้กองทุนขยายใหญ่ขึ้นเป็นแสนล้านบาท ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเงินทุน ไม่มียุบ ไม่มีหมด ไม่มีเลิก มีแต่จะขยายมากขึ้น รองรับกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีเป็นล้านราย

อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้คงไม่สามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ทุกราย เบื้องต้นจึงจะโฟกัสช่วยกลุ่มที่เริ่มต้นทำธุรกิจหรือที่เรียกว่าสตาร์ทอัพก่อน ครอบคลุมเอสเอ็มอีด้านเกษตรแปรรูปพวกสมาร์ทฟาร์เมอร์ ธุรกิจภาคบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และธุรกิจภาคการผลิต คนรุ่นใหม่ที่ใช้นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีจะได้รับการพิจารณาพิเศษ ส่วนรายไหนที่สะดุด บาดเจ็บ ยังไม่แข็งแรง ก็สามารถไปใช้บริการกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี 1,000 ล้านบาท อยู่ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่ง สสว.ก็กำลังขยับตั้งเพิ่มอีกหนึ่งกองทุนวงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยทั้งสองกองเน้นเอสเอ็มอีที่เจ็บป่วยต้องรักษาเยียวยาสักระยะเพื่อให้แข็งแรง

กองทุน 2 หมื่นล้านบาทนี้ รัฐบาลตั้งใจจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) ผ่าน 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งได้มีการจัดสรรงบประมาณถึง 1 แสนล้านบาท เฉลี่ยกลุ่มจังหวัดละ 5,000 ล้านบาทไปแล้วเมื่อไม่นานนี้ แต่ละพื้นที่มีโครงการเกิดใหม่มากมายซึ่งเมื่อเกิดโครงการก็จะก่อให้เกิดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งที่มีความคิดและไอเดียหวนคืนถิ่นกลับบ้านเกิดในต่างจังหวัดเพื่อทำธุรกิจเล็กๆ ที่ตัวเองฝัน กลุ่มนี้ล่ะครับที่รัฐบาลต้องการหนุนให้เกิดขึ้นมากๆ เป็นกลุ่มที่มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยทำธุรกิจ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ค้าขายได้ตลอดเวลา มีโอกาสสูงที่จะเติบโตขยายตัวแบบก้าวกระโดด กลุ่มสตาร์ทอัพคืนถิ่นจะเป็นเอสเอ็มอีที่มีพลังและบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดในโลกยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อไรที่มีเงินทุนจากรัฐในลักษณะพิเศษเช่นนี้ออกมา ปัญหาหลายอย่างอาจเกิดขึ้นให้ผู้ปฏิบัติงานปวดหัวตัวร้อน เรื่องแรก คือ เอสเอ็มอีทุกพื้นที่จะแห่แหนประดังขอใช้บริการแบบทะลักทลาย

ขบวนการวิ่งเต้นเส้นสายน่าจะมีพอสมควร ดังนั้นหลักเกณฑ์กติกาคุณสมบัติผู้ใช้บริการต้องเขียนให้ชัดและทำความเข้าใจให้ทั่วถึง โครงการนี้ผู้บริหารกลุ่มจังหวัดจะมีบทบาทคัดกรองกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ต้องวางกระบวนการในทางปฏิบัติให้เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย อย่าให้มีเรื่องร้องเรียนเหมือนคราวเงินกู้ซอฟต์โลน เรื่องที่สองคือคุณภาพเอสเอ็มอีต้องดีและต้องใช่ เพราะงานนี้ไม่ใช่เงินแจกเงินฟรี หรือเงินที่ให้เอาไปรีไฟแนนซ์หนี้เก่า ดังนั้นต้องใช้เพื่อธุรกิจจริงจัง ใช้ขับดันให้ธุรกิจเดินหน้ามีความสามารถใช้คืนตามเงื่อนไขเพื่อให้กองทุนนำไปช่วยเหลือรายอื่นต่อไป ถ้ามีเอ็นพีแอลเกิดขึ้นมากละก็คงได้เดือดร้อนกันทั่วหน้า

อดใจรอดูรายละเอียดกองทุนไม่เกิน 2 เดือน ระหว่างนี้ใครที่เป็นสตาร์ทอัพก็เตรียมตัวให้พร้อม โอกาสดีๆ มีไม่บ่อยนัก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี