
ไทย4.0การศึกษาต้องใช่
รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงาน
รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงาน “Flagship for Innovative Wisdom” ครบรอบ 100 ปี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อระดมสมองจากคณาจารย์และผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำ หาแนวทางผลิตบัณฑิตให้ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคดิจิทัล หลังเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกธุรกิจว่า
ไทยแลนด์ 4.0 ที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการปัจจุบัน เพื่อให้ประเทศเติบโตแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่าเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจโต ขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็เข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในหลายด้าน ทั้งภาคสังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจซึ่งส่งผลทั้งบุคลากรที่เป็นแรงงานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้โตไปข้างหน้า และการเปลี่ยนแปลงของตัวธุรกิจ จึงจำเป็นต้องปรับโฉมการศึกษาด้านธุรกิจครั้งใหญ่ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาเพื่อหาแนวทางการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจยุคดิจิทัล
“การจัดการศึกษาจะต้องเป็นแบบ Co-Creation คือทั้งภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาต้องช่วยกันวิเคราะห์ คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลจัดการศึกษาให้มีทักษะความรู้รับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาคณะบัญชีจุฬาฯ ได้จับมือกับภาคเอกชนเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนหลายเรื่องให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักศึกษาเจเนอเรชั่น Z เช่น โครงการ Mentoring จัดให้รุ่นพี่เข้ามาแนะนำรุ่นน้อง โครงการ E-learning กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และร่วมมือกับภาคเอกชนให้นักศึกษาไปเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานจริงซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เด็กสามารถนำความรู้จากประสบการณ์จริงมาพัฒนาให้ตอบโจทย์องค์กรได้ดียิ่งขึ้น” รศ.ดร.พสุ กล่าว
ด้านผู้บริหารองค์กรเอกชน มารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ องค์กรจึงต้องการบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยพัฒนาตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัลที่โลกเปลี่ยนตลอดเวลา
“ในยุคหนึ่งบริษัทเราขายอาหารและเครื่องดื่ม มายุคนี้ต้องพ่วงเรื่องสุขภาพด้วย คืออาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพราะพฤติกรรมคนยุคนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารอยู่รอบตัวเรา มาเร็วไปเร็ว เราจำเป็นต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล เราต้องการคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนทางปัญญา พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีความรู้ความสามารถทำงานที่ต้องการความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา” มารุต กล่าว
วรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ด้านทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีทำให้ปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คู่แข่งธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกับเครื่องมือใหม่ๆ ที่เทคโนโลยีสร้างขึ้นมา เช่น แอพพลิเคชั่นทางการเงินบนมือถือ ซึ่งไม่ใช่ธนาคารแต่ให้บริการเหมือนธนาคาร และเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไป สิ่งเหล่านี้ทำให้ความต้องการบุคลากรขององค์กรธุรกิจเปลี่ยนไป
“บางงานมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เช่น งานด้านการคำนวณ งานด้านไอที ด้านการบริหารจัดการข้อมูล ขณะที่งานบางอย่างลดความสำคัญลงมาก เพราะเทคโนโลยีแทนที่ได้ เช่น งานให้บริการทั่วไป ในโลกที่มีข้อมูลข่าวสารมาก เราต้องการคนที่มีทักษะคิดวิเคราะห์นำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเราพบว่าคนเหล่านี้จะต้องมีความโดดเด่นใน 3 เรื่อง ที่เรียกว่า ASK คือ Attitude Skill และ Knowledge” วรวัจน์ กล่าว







