
กรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งดีเอสไอสอบเส้นทางการเงินตั๋วปุ๋ย
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมส่งดีเอสไอสอบเส้นทางการเงินกลุ่มทุจริตตั๋วปุ๋ย หลังครบกำหนดยังไม่ส่งมอบปุ๋ยเกือบ 500 ล้านบาท
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมส่งดีเอสไอสอบเส้นทางการเงินกลุ่มทุจริตตั๋วปุ๋ย หลังครบกำหนดยังไม่ส่งมอบปุ๋ยเกือบ 500 ล้านบาท
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)สอบสวนกรรมการบริษัท3แห่งที่ทำธุรกิจซื้อขายปุ๋ยกับสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์อีก 1,244 คน เพื่อให้สอบสวนว่ามีพฤติกรรมร่วมกันเพื่อทุจริตเงินสหกรณ์หรือไม่หากพบว่าพฤติกรรมดังกล่าวก็จะมีการแจ้งดำเนินคดีต่อไป ซึ่งหลังพ้นกำหนดเวลาที่กรมได้กำหนดให้แต่ละบริษัทที่มีการซื้อขายตั๋วปุ๋ยกับสหกรณ์ต้องส่งมอบปุ๋ยหรือคืนเงินให้เสร็จในวันที่ 15 ม.ค. 2560 พบว่ายังไม่มีการส่งมอบ จำนวน 11 แห่ง จำนวนปุ๋ย 3.8 หมื่นตัน มูลค่า 483 ล้านบาท ซึ่งกรมจะมีการดำเนินการให้แต่ละสหกรณ์ฟ้องทางแพ่งต่อไป
ทั้งนี้พบว่าหลังพ้นกำหนดวันที่15 ม.ค.2560 ได้มีการดำเนินการประกอบด้วย 1.การคืนเงิน 1 แห่ง มูลค่า 2 แสนบาท 2.มีการส่งมอบปุ๋ยจำนวน 14 แห่ง มูลค่า 2 พันล้านบาท 3.ไม่มีการส่งมอบ 11 แห่ง แบ่งเป็นเตรียมบอกเลิกสัญญา ขอเงินคืน ปุ๋ยจำนวน 2 หมื่นตัน มูลค่า 221ล้านบาทอีก 6 แห่งเตรียมฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งกับ 6 บริษัท ปุ๋ยจำนวน 1.8 หมื่นตัน มูลค่า 262 ล้านบาท 3.ไม่ดำเนินการอะไรเลย 1 แห่งซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์ได้สั่งปลดกรรมการสหกรณ์และตั้งให้นายอำเภอเป็นกรรมการเข้าไปดำเนินการให้เสร็จใน 180 วัน
“กรมจะส่งชื่อเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทั้ง พันกว่าคนให้ดีเอสไอ สบอสวนดูเส้นทางการเงิน ว่ามีการร่วมกันทุจริตหรือมีการจ่ายเงินทองกันหรือไม่ จะไล่เบี้ยทั้งหมด และส่งรายชื่อกรรมการบริหาร ทั้. 3 บริษัท ที่มีรายชื่อทับซ้อนกัน 3 บริษัทและมีการทำธุรกิจซื้อขายตั๋วปุ๋ยกับสหกรณ์มูลค่า400ล้านบาท ให้ดีเอสไอช่วยตรวจสอบท หากพบว่ามีการรวมกันทุจริตจะเดินหน้าดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป “ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบายและสั่งการให้สหกรณ์ ดำเนินการกรณีทุจริตตั๋วปุ๋ยมูลค่าพันกว่าล้านบาทที่ยังไม่มีการส่งมอบให้แล้วเสร็จภายใน 15 ม.ค. 2560 หลังจากเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2558







