posttoday
เอสเนเจอร์ ชูอินเทนซีฟลุยอี-คอมเมิร์ซ

เอสเนเจอร์ ชูอินเทนซีฟลุยอี-คอมเมิร์ซ

20 มกราคม 2560

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในยุคนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การก้าวเข้าสู่ปี 2560 ของเอสเนเจอร์ ธุรกิจขายตรงในกลุ่มของศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จึงประกาศแผนอย่างชัดเจน เป็นปีแห่งการเร่งขยายธุรกิจจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ หรือนำเสนอสินค้าขายตรงทุกที่ทุกเวลา รองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยที่เริ่มมั่นใจและสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์

เศรษฐพงศ์ เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงเอสเนเจอร์ เปิดเผยว่า แผนขยายธุรกิจขายตรงไปสู่อี-คอมเมิร์ซในสเต็ปแรกบนเว็บไซต์ ศรีไทยเน็ทเวิร์ค (Srithainetwork) ซึ่งบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ “เอสเทค” ขึ้นมาในไตรมาสแรก โดยโพสิชั่นนิ่งของเว็บไซต์เปรียบเสมือนเอาต์เลตขายสินค้า เปิดโอกาสให้สมาชิกเปิดหน้าร้านของตัวเอง ซึ่งบริษัทเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเองเพียงผู้เดียว เพื่อควบคุมมาตรฐานการจัดส่งและควบคุมราคา ทำให้ระบบเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังวางช่องทางอี-คอมเมิร์ซเป็นส่วนหนึ่งการเพิ่มสมาชิกกลุ่มธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคเมื่อเข้ามาดูสินค้าระบบจะทำการส่งข้อมูล หรือกระทั่งในรูปแบบวิดีโอกลับไปยังลูกค้า หรือเรียกว่าเป็นระบบรีครูทออโตเมติก เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น คาดว่าระบบดังกล่าวจะพร้อมใช้งานได้ภายในไตรมาส 2 และเว็บไซต์จะมีความสมบูรณ์พร้อมบุกช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันการเปิดอี-คอมเมิร์ซยังทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ กับสมาชิกได้ง่ายและเป็นฐานข้อมูลการซื้อสินค้า

“การทำธุรกิจเอสเนเจอร์จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะการขยายช่องทางออนไลน์ แต่สูตรสำเร็จต้องทำควบคู่กันระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ (OTO : Online to Off line) ออฟไลน์ยังคงเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคได้สัมผัส หรือมีประสบการณ์ร่วมกับสินค้า คือเป็นช่องทางทำให้ผู้ขายและผู้ซื้อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายของธุรกิจขายตรงที่เชื่อว่าไม่มีวันตายหรือหายไป ในส่วนนี้ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมนักธุรกิจเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจกลุ่มสินค้า แต่ออนไลน์เป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถสั่งซิื้อสินค้าได้ 24 ชั่วโมงบนมือถือ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางหนึ่งวางไว้สำหรับการฝึกอบรมนักธุรกิจ”

ขณะที่ในกลุ่มสินค้าช่องทางออนไลน์ทางบริษัทได้เพิ่มบรรจุภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา โดยมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับทางช่องทางออฟไลน์ เช่น จากปกติผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมีขนาด 60 เม็ด แต่สินค้าขายในออนไลน์เหลือเป็นขนาด 30 เม็ด เพื่อให้ราคาสินค้าสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ปัจจัยการตัดสินใจซื้อทางออนไลน์คำนึงถึงราคาเป็นหลักขณะนี้ได้เริ่มนำร่องเปิดตัวสินค้าขนาดใหม่ 5-6 รายการแล้ว ส่วนใหญ่เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เศรษฐพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงกลางปีบริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ 3-4 รายการ หลังจากเมื่อต้นปีเปิดตัวไปแล้ว 4 รายการ จากปัจจุบันกลุ่มสินค้ามีทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สินค้าเพื่อการเกษตร ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน 

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผู้บริโภคยังคงมีความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้นักธุรกิจสร้างยอดขาย บริษัทได้ปรับการให้รางวัลอินเทนซีฟทราเวล หรือรางวัลรูปแบบการท่องเที่ยวสำหรับนักธุรกิจให้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมผู้สร้างยอดขายต้องอยู่ในระดับ 4 ถึงสามารถได้รับรางวัล มาเป็นผู้สร้างรายได้ระดับ 1 เท่านั้นก็สามารถรับรางวัล เพื่อเป็นแรงจูงใจการสร้างยอดขาย อย่างไรก็ตามแต่รูปแบบท่องเที่ยวจะปรับเปลี่ยนสถานที่มาใกล้มากขึ้น จากเดิมเป็นเอเชียมาสู่การท่องเที่ยวอาเซียน เช่น เวียดนาม ดูไบ

สำหรับรายได้ทั้งปีบริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 15-20% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากสินค้าเกษตรไม่ได้รับตอบรับที่ดีในช่วงไตรมาส 2 แม้ว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นไตรมาส 3 และ 4 แต่รายได้ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบกับเศรษฐกิจทั้งปีชะลอตัว อย่างไรก็ดีจากการขยายช่องทางออนไลน์จะมีสัดส่วนรายได้ 10-15% ภายในปีแรก และช่องทางออฟไลน์สัดส่วน 85-90% สิ้นปีของเอสเนเจอร์ต้องการเพิ่มสมาชิกจาก 8 หมื่นรหัสเป็น 1 แสนรหัส แบ่งเป็น นักธุรกิจขายตรง 60-70% สมาชิกที่ซื้อสินค้าไปใช้เอง 30-40% &O5532;

อี-คอมเมิร์ซของธุรกิจขายตรงในปีนี้กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะทุกค่ายต่างหันมาปักธงช่องทางออนไลน์มากขึ้น สำหรับเอสเนเจอร์วางเป้าหมายช่องทางออนไลน์จะช่วยทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้าซ้ำเพิ่มขึ้น ส่วนนักธุรกิจมีความแอ็กทีฟ หรือความถี่การซื้อสินค้ามากขึ้น และขณะเดียวกันก็เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักธุรกิจอยู่ภายใต้ร่มเงาของเอสเนเจอร์นานขึ้น ถือว่าเป็นธุรกิจที่เกิดการย้ายค่ายสูงมาก เกิดการช่วงชิงนักธุรกิจที่เป็นแม่ทีมตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน