posttoday
โลกหลัง Hard Brexit

โลกหลัง Hard Brexit

20 มกราคม 2560

17 ม.ค. 2560 เป็นอีก 1 หน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่เราต้องจดจำ เมื่อ เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้กล่าวสุนทรพจน์แจกแจงรายละเอียดเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ประชาชนอังกฤษได้ลงประชามติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2559 เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก

17 ม.ค. 2560 เป็นอีก 1 หน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่เราต้องจดจำ เมื่อ เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้กล่าวสุนทรพจน์แจกแจงรายละเอียดเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ประชาชนอังกฤษได้ลงประชามติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2559 เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก

สุนทรพจน์ของนายกฯ เมย์ ได้ประกาศชัดว่า การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษนั้น เป็นการออกที่เด็ดขาดและอังกฤษจะไม่อยู่ในตลาดร่วมยุโรป หรือ “Single Market” เพราะการอยู่ในตลาดร่วมนั้น อังกฤษยังคงต้องเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายผู้คนอย่างเสรีและต้องจ่ายเงินเข้าระบบงบประมาณของสหภาพยุโรป รวมถึงการต้องยอมรับอำนาจศาลสูงแห่งยุโรปด้วย แต่อังกฤษต้องการมีอิสระในการดำเนินนโยบายด้านผู้อพยพและด้านอื่นๆ ด้วยตัวเอง

แม้ว่านายกฯ เมย์จะประกาศการออกจากสหภาพยุโรปชัดเจน แต่ในสุนทรพจน์ดังกล่าวก็มีการชี้แจงถึงแผนการวางความสัมพันธ์กับทั้งสหภาพยุโรปและทั่วโลกหลังการเจรจา Brexit โดยอังกฤษเองจะเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีใหม่กับสหภาพยุโรปเพื่อให้ยังคงมีการซื้อขายสินค้าอย่างเสรีระหว่าง 2 เขตเศรษฐกิจโดยปราศจากกำแพงภาษี

ขณะเดียวกันอังกฤษเองก็พร้อมที่จะเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับทุกประเทศทั่วโลกด้วย โดยนายกฯ เมย์ได้กล่าวว่า แม้อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป แต่อังกฤษจะยังคงต้อนรับธุรกิจและบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลกในฐานะที่เป็น “ชาติการค้าโลก” หรือ Global Trading Nation นอกจากนั้น นายกฯ เมย์ ยังบอกด้วยว่า อังกฤษเองต้องการข้อตกลงเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านกฎระเบียบเรื่องการทำธุรกิจของภาคการเงินและธุรกิจอื่นๆ ที่เคยใช้อังกฤษเป็นฐานในการให้บริการทั่วสหภาพยุโรปก่อนหน้านี้ด้วย

จากรายละเอียดคร่าวๆ ที่กล่าวมา ก็จะเห็นผลกระทบในด้านต่างๆ ด้านที่มีผลกระทบโดยตรงที่สุด คือ บรรดาธุรกิจทั่วโลกที่เคยใช้อังกฤษเป็นฐานในการขายสินค้าและบริการให้กับประเทศในสหภาพยุโรปทั้งหมด ผ่านสิทธิของตลาดร่วมยุโรปและกฎ Passporting ที่ภาคการเงินใช้อังกฤษเป็นฐานในการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ลูกค้าทั่วยุโรป

ก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวว่าแบงก์ใหญ่ๆ หลายแห่งเตรียมแผนจะโยกคนและหลายๆ แผนกออกจากอังกฤษกรณีที่เกิด Brexit ดังนั้นเมื่อเราเห็น Hard Brexit เกิดขึ้นแล้ว ธุรกิจการเงินที่ต้องให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรปก็ต้องย้ายธุรกิจและบุคลากรในส่วนนี้ไปยังประเทศสมาชิกของอียูต่อไป

ข่าวล่าสุดที่ประกาศออกมา คือ HSBC ที่จะมีการย้ายพนักงานบางส่วนออกจากลอนดอนไปปารีส ส่วนผู้ประกอบการทั่วโลกที่ดำเนินงานในอียูหรืออังกฤษ ก็ต้องปรับแผนการดำเนินงาน และอาจชะลอการลงทุนไปเพื่อดูความชัดเจนในอนาคต ดังนั้นในระยะสั้นก็อาจมีการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจบ้าง ขณะที่ค่าเงินในยุโรปก็จะผันผวนตามการเจรจา

แต่ขณะเดียวกันปรากฏการณ์ที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลงมาเกือบ 20% นับแต่ผลประชามติ Brexit ปีที่แล้ว และการเปิดกว้างต่อโลกมากขึ้นของอังกฤษ ก็เป็นโอกาสอันดีของธุรกิจทั่วโลกและของไทยเองที่จะแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในอังกฤษ ดิฉันเชื่อว่าทางการอังกฤษเองน่าจะออกมาตรการที่เป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้น พร้อมกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับทั่วโลก

นอกจากนั้นแล้ว ค่าเงินที่ถูกลงยังเอื้อประโยชน์ให้เราสามารถซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากอังกฤษในราคาที่ถูกลงด้วย ทั้งการนำเข้าเทคโนโลยีและรวมถึงต้นทุนการไปศึกษาต่อที่อังกฤษด้วย ขณะเดียวกันความร่วมมือในด้านอื่นๆ ทั้งด้านวิชาการ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็น่าจะเปิดกว้างกับเรามากขึ้นด้วย

โดยสรุปแล้ว การประกาศ Hard Brexit ช่วยให้เราได้เห็นโครงของอนาคตคร่าวๆ ของอังกฤษและอียูที่ชัดเจนขึ้น แม้ว่าในระยะสั้นระหว่างการเจรจา Brexit ของอังกฤษและอียู อาจส่งผลให้มีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในระหว่างที่รอความชัดเจนบ้าง แต่การที่อังกฤษเปิดกว้างต่อโลกมากขึ้นและค่าเงินปอนด์ที่ลดลงมา ก็เป็นโอกาสของภาคธุรกิจและประชาชนที่ต้องการแสวงหาโอกาสที่ดีทั้งในด้านธุรกิจ การศึกษา และการพัฒนาเพื่อเสริมศักยภาพของคนไทยในเวทีโลกด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล