
แบงก์ฝรั่งเชื่อมั่นไทยเล็งส่งออกเอสเอ็มอี
โพสต์ทูเดย์
— สแตนชาร์ดฯ เชื่อมั่น เศรษฐกิจไทย เล็งขยายธุรกิจกลุ่มลูกค้าส่งออกเอสเอ็มอีนางลิน ค็อก กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ว่าจะขยายตัวได้ 6.3% ซึ่งมาจากการส่งออกเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างประเทศเห็นว่า เสถียรภาพทางการเมืองของไทยถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะจะส่งผลต่อการแข่งขันทางการค้าและดึงเงินตราจากต่างประเทศ รัฐบาลไทยจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
นางลิน กล่าวว่า โอกาสในการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยจะมาจาก 2 ด้าน ด้านแรก ต่างประเทศสนใจจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตร ซึ่งถือเป็นการลงทุนโดยตรง และอีกด้าน บริษัทของไทยมีความเข้มแข็งด้านสถานะทางการเงิน และแข็งแกร่งเพียงพอที่จะขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ
นางลิน กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสสำหรับธนาคารในการเข้าช่วยบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศผ่านทางเครือข่ายสาขาทั่วโลก ขณะเดียวกันธนาคารก็สนใจที่จะช่วยระดมทุนในรูปแบบการออกพันธบัตร
สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจนั้น ธนาคารต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีก็ต้องพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 5560% ที่ส่งออก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้มากขึ้นโดยธนาคารต้องการรักษาสัดส่วนลูกค้าขนาดใหญ่ และลูกค้าเอสเอ็มอีให้สมดุลกัน ด้านลูกค้ารายย่อย ธนาคารจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมา เนื่องจากลูกค้ารายย่อยคนไทยกว่า 8090% ยังนิยมเก็บเงินในบัญชีออมทรัพย์ จึงเป็นช่วงจังหวะที่ธนาคารจะดึงลูกค้ากลุ่มนี้ หากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูง
นางลิน กล่าวว่า การลาออกของผู้บริหารในช่วงที่ผ่านมานั้น ธนาคารได้แก้ปัญหาด้วยการ โปรโมทพนักงานภายในขึ้นมาแทนคนเก่าที่ลาออก หากบุคลากรข้างในไม่พร้อมก็หาบุคลากรข้างนอก และอีกส่วนคือ ดึงบุคลากรที่อยู่ในกลุ่มของธนาคารที่กระจายอยู่ทั่วโลกเข้ามาแทนที่
“
ถ้าเราเสียหัวหน้าทีมก็โปรโมทคนข้างใน แต่ขณะเดียวกันเราก็ซื้อคนจากธนาคารอื่นด้วย” นางลิน กล่าว






