posttoday
ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ติดข้อมูลแต่อย่าติดเครื่องมือ

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ติดข้อมูลแต่อย่าติดเครื่องมือ

19 มกราคม 2560

เปิดกระเป๋าผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวออนไลน์ เดอะ แมทเทอร์ (The Matter)แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เปิดกระเป๋าผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวออนไลน์ เดอะ แมทเทอร์ (The Matter)แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ที่ใช้ชีวิตใกล้ชิดเทคโนโลยีทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน 4 อย่างที่ติดตัวเขาไปเสมอ คือ คอมพิวเตอร์พกพา สมาร์ทโฟน ไอแพดโปร และอเมซอน คินเดิล ที่ใช้ทุกอย่างเพื่อความสะดวกสบายในชีวิต

“ทุกอย่างมันช่วยทำให้ผมใช้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างตอนเรียนผมเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ไปเรียน พอโตขึ้นมาทำงานวาดรูป ก็ต้องหาอุปกรณ์ที่สามารถทำให้เราวาดรูปได้และให้เราทำงานได้ทุกที่จริงๆ ส่วนตัวคินเดิลผมพกตั้งแต่รุ่นแรก เพราะเป็นคนอ่านหนังสืออยู่แล้ว เพราะมันมีน้ำหนักเบากว่าพกหนังสือเป็นเล่มๆ”

อย่างไรก็ตาม แชมป์จำเป็นต้องพกทุกอย่างไปทุกที่ ตั้งแต่เริ่มทำสำนักข่าวออนไลน์ เดอะ แมทเทอร์ เพราะเขาต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะงานข่าวที่จะช้าไม่ได้ อย่างคอมพิวเตอร์พกพาแม็กบุ๊กโปร เพื่อเข้าอินเทอร์เน็ต ใช้โปรแกรมเขียนคอลัมน์ และโปรแกรมฟลักซ์ (Flux) เพื่อลดแสงสีฟ้าจากหน้าจอในเวลากลางคืน

“เป็นโปรแกรมที่อาจจะแปลกกว่าคนอื่นตรงที่ผมต้องทำงานเกือบทั้งวัน โดยเฉพาะตอนกลางคืนโปรแกรมนี้ จะคำนวณว่าพระอาทิตย์จะตกเมื่อไหร่ จากนั้นมันจะปรับแสงหน้าจอให้เป็นสีเหลือง นอกจากนี้ก็มีโปรแกรมแต่งภาพต่างๆ ที่ซื้ออย่างถูกลิขสิทธิ์ จะได้นำมาใช้งานอย่างถูกต้องปลอดภัย” แชมป์เพิ่มเติม

สำหรับไอแพดโปร เขาใช้เสมือนเป็นกระดาษวาดภาพไฮเทคโดยที่ไม่ต้องพกดินสอสี โดยใช้โปรแกรมครีเอตในการวาดรูปและปากกาสไตลัสแทนดินสอ

“เทคโนโลยีถูกคิดขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระอะไรบางอย่าง ซึ่งในการวาดรูปนี้ผมสามารถพกแค่ชิ้นเดียวก็วาดรูปที่ไหนก็ได้ และปากกาของไอแพดโปรนี้ออกแบบให้ปรับน้ำหนักของการกดได้ดีพอสมควร ทำให้วาดได้สมจริงและสามารถนำไปใช้ทำงานได้เลยทันที”

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ติดข้อมูลแต่อย่าติดเครื่องมือ

นอกจากนี้ เขายังมีโปรแกรมเชื่อมไอแพดและแม็กบุ๊กให้ทำงานร่วมกัน คือ โปรแกรมแอสโตรแพด (Astropad) ที่เปลี่ยนไอแพดให้เป็นเมาส์ปากกา ทำให้ไม่ต้องโอนถ่ายข้อมูลให้เสียเวลา เพราะทั้งสองเครื่องจะเชื่อมกันโดยอัตโนมัติ และโปรแกรมดูเอ็ต ดิสเพลย์ (DuetDisplay) ที่ช่วยเปลี่ยนไอแพดเป็นจอที่สองของแม็กบุ๊ก

สำหรับสมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน เขาใช้มันมากกว่าโทรศัพท์มือถือ นั่นคือการมีแอพพลิเคชั่นที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต เช่น แอพพลิเคชั่น ออดิโอบุ๊ก (Audio Book) สำหรับการฟังหนังสือในเวลาวิ่ง ขึ้นรถโดยสาร หรือนั่งเครื่องบินที่ไม่อยากใช้สายตามาก ก็จะเลือกฟังแทนการอ่านที่เหมือนอีบุ๊กแต่มาในรูปแบบไฟล์เสียง ซึ่งนับเป็นการอ่านหนังสือด้วยวิธีการใหม่ๆ รวมถึงแอพพลิเคชั่นช่วยนั่งสมาธิ (Calm) ที่มีคอร์สให้เขาฝึกทุกวัน

ด้าน อเมซอน คินเดิล สำหรับการอ่านหนังสือ เขาชอบซื้ออีบุ๊กที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง (Non-fiction) เพราะจะได้ไม่ต้องอ่านต่อเนื่องให้จบในหลายๆ ตอน และแสงไฟหน้าจอคินเดิลจะเป็นไฟปกติ ต่างจากแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา

เขากล่าวด้วยว่า ไม่ได้ติดอุปกรณ์พวกนี้ แต่ติดการเสพข้อมูลข่าวสารมากกว่า “หมายถึงถ้าผมไม่ดูหน้าจอ ผมก็จะอ่านหนังสืออยู่ดีนั่นแหละ” แชมป์สารภาพ “ผมติดนิสัยอย่างหนึ่งที่จะไม่ชอบนั่งอยู่เฉยๆ สมมติถ้าไม่มีอะไรทำ ผมก็จะหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่าน หยิบไอแพดขึ้นมา หรือต้องทำอะไรสักอย่างให้มีข้อมูลเข้าไปในหัว”

ข้อดีและข้อเสียของเทคโนโลยี ขึ้นอยู่กับการใช้งานของมนุษย์ “ถ้าเราคุยกับเพื่อนเราสามารถพิสูจน์ได้ทันทีว่าใครถูกใครผิดในเรื่องๆ หนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องข้อเท็จจริงที่ทำให้เราถกเถียงได้อย่างมีเหตุผลและสติมากขึ้น ส่วนข้อเสียของมันอาจจะเป็นเหมือนที่ผมเป็นอยู่ คือรู้สึกว่าตัวเองจะหยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องรู้ตลอดเวลา เรากลัวว่าจะพลาดข่าวสารอะไรไป

เรารู้สึกว่าถ้าไม่ได้เข้าอินเทอร์เน็ตสักวันจะตามคนอื่นไม่ทัน ซึ่งหลายๆ ครั้งเวลาไม่เล่นอินเทอร์เน็ต แล้วมารู้ทีหลังว่าเขาพูดเรื่องอะไรกัน มันจะรู้สึกสองอย่างคือ รู้สึกผิดหวังว่าทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้ และรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนหลังๆ ผมเริ่มรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้นก็ได้ ผมเลยพยายามที่จะกรองข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเรา หรือข้อมูลที่เราควรรู้ให้เข้ามามากขึ้น ส่วนเรื่องดราม่าที่เป็นแค่กระแสก็ปล่อยมันไป”

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ติดข้อมูลแต่อย่าติดเครื่องมือ

ดังนั้น เขาจึงเลือกเสพข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์แมกกาซีน รวมถึงจำกัดเวลาเสพข้อมูลสีสัน อย่างเรื่องราวดราม่าวันละไม่เกิน1 ชั่วโมง เพื่อให้เวลากับข้อมูลที่มีประโยชน์และจรรโลงใจ

นอกจากนี้ เขายังลดการใช้โซเชียลมีเดียลงทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์อินสตาแกรม เพราะเขาเข้าใจถึงวงจรของมันว่า เมื่อคุณโพสต์อะไรบางอย่างลงไป คุณจะได้กลับมามากกว่าเดิม เช่น คุณโพสต์ 10 ครั้ง แน่นอนว่าจะมีคนมาคอมเมนต์คุณมากกว่า 10 ครั้ง แต่ถ้าวันนี้คุณโพสต์แค่ 1 ครั้ง เราก็จะใช้เวลาในการตอบคอมเมนต์หรือเช็กมันน้อยลง

“การแสดงความเห็นเป็นเรื่องดี แต่บางทีก็มันอยู่ที่ตัวเรานี่แหละ ว่าเราจะจำกัดการเสพข้อมูลที่มันกลับมา หรือเสพคอมเมนต์ที่มันกลับมาอย่างไร เราจะหัวเราะหรือหัวร้อนกับคอมเมนต์ที่มันกลับมาหรือเปล่า ถ้าคุณเป็นคนที่โกรธง่ายก็น่าจะโพสต์แต่เรื่องที่จำเป็น และถ้าจะโกรธก็โกรธในเรื่องที่จำเป็น หรือถ้าแสดงความคิดเห็นทุกข่าว แน่นอนว่าวันนั้นทั้งหมดคงไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย” เขาแสดงความเห็น

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีก็จำเป็นต้องรู้จักกาลเทศะด้วย อย่างตัวแชมป์เองเวลาอยู่กับครอบครัว หรืออยู่กับเพื่อน หรืออยู่ในที่ประชุม เขาจะไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารใดๆ เลย เพื่อใช้เวลากับคนรอบข้างอย่างเต็มที่

“การวางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นไว้ แล้วให้โลกหมุนผ่านเราไป คุณอาจมีความสุขกว่าการจ้องหน้าจอก็ได้

ต้องเข้าใจว่า ในยุคสมัยนี้เราทุกคนหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีไม่ได้ การทำงานของทุกคนที่อ่านคอลัมน์นี้อยู่ก็คงต้องใช้เทคโนโลยีในทุกวัน ดังนั้นมันเป็นเรื่องของวิธีการใช้ล้วนๆ ที่ต้องไม่หัวร้อน ไม่เข้าไปก่อประเด็นดราม่า หรือเข้าไปสุ่มไฟในสังคมออนไลน์ เพราะโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เราเล่นอยู่มันถูกออกแบบให้เราติด ให้เราอยู่กับแพลตฟอร์มของมันให้นานที่สุด

ดังนั้น เราต้องรู้ทัน รู้ใช้ และใช้เป็น ทำให้มันเป็นเครื่องมือของเรา ไม่ใช่ทำให้เราเป็นเครื่องมือของมัน” แชมป์ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท