
NEDA แผนปี’60 พัฒนาเส้นทาง R12-SEZ ทวาย
อีกหนึ่งองค์กรสำคัญอย่าง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง (สพพ.) หรือเนดา (NEDA)
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อีกหนึ่งองค์กรสำคัญอย่าง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง (สพพ.) หรือเนดา (NEDA) ที่มีบทบาทในการวางนโยบายและพัฒนา ช่วยเหลือ ด้านเศรษฐกิจกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นๆ ทั้งด้านการเงินและวิชาการ ที่ดำเนินการมากว่า 10 ปี ที่ปัจจุบันได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งจะเป็น แบ็ค โบน เศรษฐกิจระดับภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตร่วมกัน
เนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง (สพพ.) ฉายภาพแผนงานในปี 2559 ที่ผ่านมา สพพ.ได้ดำเนินการวางนโยบายไปแล้วใน 2 โครงการสำคัญ คือ 1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนครหลวงเวียงจันทน์ มีมูลค่าโครงการราว 313 ล้านบาท ที่มุ่งพัฒนาด้านการก่อสร้างถนน เพื่อความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง โดยเริ่มไปเมื่อเดือน ต.ค. 2559
สำหรับโครงการที่ 2. คือ โครงการพัฒนาด่านที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ที่มีชายแดนอยู่ติดกับ จ.สระแก้ว ฝั่งไทยและจังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา มูลค่าโครงการราว 928 ล้านบาท เพื่อพัฒนาให้เป็นด่านการค้าชายแดนแห่งใหม่ทดแทนด่านการค้าชายแดนบริเวณตลาดโรงเกลือ จ.สะแก้ว ที่กำลังประสบปัญหาด้านคมนาคมจากความแออัดช่องทางเดินรถที่คับแคบ ส่งผลให้รถติดเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 3-4 กม. ในเส้นทางเข้าสู่ด่านดังกล่าว
โดยคาดว่ากรมทางหลวงอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบเส้นทางพร้อมเตรียมเวนคืนที่ดินบริเวณที่เกี่ยวข้องในเส้นทางเลี่ยงเมือง เพื่อให้ด่านการค้าชายแดนหนองเอี่ยน-สตึงบท มีช่องทางเดินรถขาเข้า 4 ช่องทาง และขาออก 3 ช่องทาง คาดแล้วเสร็จในปี 2562
พร้อมกล่าวถึงบทบาทหลักของ NEDA ซึ่งจะมุ่งให้ความสำคัญเชิงนโยบายในการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า ทุกทิศทาง หรือ “จีเอ็มเอส อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ส” ระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจากการประชุม จีเอ็มเอส รอบล่าสุด มีความร่วมมือในการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 จ.นครพนม-ท่าแขก-ฮานอย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งระหว่าง 3 ประเทศได้สะดวกขึ้น ในเส้นทางอาร์ 12 (R12) นี้ ซึ่งเป็นแผนงานโครงการหลักในปี 2560 นี้
“เส้นทางอาร์ 12 จะเป็นเส้นทางใหม่ที่วิ่งเชื่อมตั้งแต่ จ.ขอนแก่น ออกไปถึงท่าเรือดานัง เวียดนามได้ โดยผ่านด่านนาพาว สปป.ลาว และด่านจาลอ เวียดนาม ซึ่งจะย่นระยะเวลาและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าต่างๆ อย่างกลุ่มผลไม้ไปยังเวียดนามและไปถึงจีนได้สะดวกกว่าเส้นทางอาร์ 9” เนวิน กล่าว
ขณะเดียวกันในปีนี้ ยังเตรียมพัฒนาเส้นทางอาร์ 11 ที่จะเชื่อมต่อ จ.หนองคาย-เวียงจันทน์-อุตรดิตถ์ ที่ขณะนี้ได้ศึกษาแผนเสร็จแล้ว และเตรียมเจรจาเงินกู้จากฝั่ง สปป.ลาว โดยโครงการมีมูลค่าราว 1,700-1,800 ล้านบาท โดยจะมีเส้นทางคมนาคมจาก จ.อุตรดิตถ์ ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทางประมาณ 200 กม. โดยความสำคัญของโครงการดังกล่าว มองถึงภาพรวมด้านการเคลื่อนไหวแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาในอนาคตที่จะสะดวกขึ้น หากเศรษฐกิจเมียนมาดีขึ้นด้วย
เนวิน กล่าวอีกว่า ในปีนี้ NEDA ยังจะเร่งดำเนินโครงการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ทวาย ผ่านบริษัท ทวาย เอสอีซี ดีเวลล็อปเมนต์ (Dewei SEZ Development Co.,Ltd.) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสวีพี) ร่วมกับ 3 ประเทศ ไทย เมียนมา และญี่ปุ่น โดยในส่วนของไทยจะเน้นด้านนโยบายให้คำแนะนำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคในแต่ละระยะ (เฟส) เป็นหลัก
ทั้งนี้ มองว่าโครงการทวายจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นนับจากปีนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ อองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หันมาให้ความสนใจโครงการโดยตรง พร้อมมอบหมายให้ ดร.ตุน เนียง รมช.กระทรวงพลังงานไฟฟ้าเมียนมา เข้ารับตำแหน่งประธานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ไปเมื่อเดือน ต.ค. 2559 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อโครงการที่จะได้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลด้านพลังงานในโครงการ ต่อจากคนก่อนที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
โดยทั้งสองโครงการ เส้นทางอาร์ 12 และ SEZ ทวาย จะเป็นแผนงานต่อเนื่องในปี 2560-2561 ที่จะเร่งให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งจากแผนงานทั้งหมดของ NEDA เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาว ด้านการเติบโตเชิงเศรษฐกิจและได้ผลประโยชน์ในกลุ่มจีเอ็มเอสร่วมกัน...ที่ไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง







