
รุกทหารทำเอ็มโอยูเลิกปฏิวัติ
อดีต สส.สองพรรคใหญ่แนะทหารเซ็นเอ็มโอยูไม่รัฐประหาร เพื่อสร้างความปรองดองของประเทศ
อดีต สส.สองพรรคใหญ่แนะทหารเซ็นเอ็มโอยูไม่รัฐประหาร เพื่อสร้างความปรองดองของประเทศ
นายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องให้พรรคการเมืองเซ็นข้อตกลง หรือเอ็มโอยูเพื่อการปรองดองว่าเห็นด้วยที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเอ็มโอยูไม่ใช่การขัดกฎหมายและต้องตกลงร่วมกัน เพราะอะไรก็อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ รวมถึงการตกลงก็คือการเปิดให้ทุกฝ่ายได้หารือกัน
“และได้โปรดอย่าลืมว่าเอ็มโอยูที่คนไทยต้องการนั้น รวมถึงการที่ทหารจะไม่ออกมาทำการรัฐประหาร และฉีกรัฐธรรมนูญอีกด้วยในอนาคต นั่นก็แปลว่าในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ประชาชนจะต้องได้รับระบบการบังคับใช้กฎหมายที่ดีเพียงพอที่จะใช้ตรวจสอบ ควบคุมการบริหารประเทศ และสามารถจัดการข้อขัดแย้งกันเองได้ โดยทหารจะได้เอาเวลาไปปฏิบัติหน้าที่เฉพาะของตนเองได้อย่างเต็มที่” นายกษิต กล่าว
ขณะที่ นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวทำนองเดียวกันว่าสิ่งสำคัญของการปรองดองไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการสร้างจิตสำนึก โดยเฉพาะนายทหารนักการเมืองบางคนให้รู้จักเคารพกติกาของประเทศ หากอยากมีอำนาจ อยากเข้ามาบริหารประเทศ ขอให้มาลงเลือกตั้ง และอยากเสนอให้ทางนายทหารและกองทัพมาเซ็นเอ็มโอยูด้วยว่าจะไม่ทำรัฐประหารอีก
ทั้งนี้ รัฐบาลควรดึงคนกลาง เช่น นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย รวมทั้งตัวแทนพรรคการเมือง เข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาและร่วมกันหาทางออกจะดีกว่า
ด้าน นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เห็นด้วยกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ที่จะไม่ลงนามเอ็มโอยูทำสัตยาบันเพื่อยุติความขัดแย้ง แต่พร้อมที่จะพูดคุยฉันมิตร หรือจะไปนั่งดื่มกาแฟพูดคุยกันก็ได้
“ถ้าขณะนี้ยังมีการห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ผู้ที่ลงนามยังไม่ได้รับฉันทานุมัติจากองค์กร แล้วใครจะสามารถทำหน้าที่ลงนามแทนองค์กรนั้นๆ ได้ดังนั้นถามไปยังทางพรรคเพื่อไทยว่า ถ้า คสช.ยังห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองอยู่ แล้วเขาจะไปลงนามได้อย่างไร” นายถาวร กล่าว
พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง สปท. กล่าวว่า ควรนำผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปรองดองในอดีตมาพิจารณาและการตั้งทหารมาเป็นคณะทำงานปรองดองนั้น อาจทำงานสำเร็จได้ยาก ดังนั้นควรปรับให้มีบุคคลที่มาจากหลากหลาย เพราะการทำงานโดยมีแต่คำสั่งและอำนาจเท่านั้นการปรองดองจะเดินหน้าไม่ได้







