
มาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี
ธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นธุรกิจที่เปรียบเสมือนพื้นฐานของประเทศก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่ยืดเยื้อเกาะแน่นกับชาวเอสเอ็มอี ก็คือ เรื่องเงินทุนกับการขาดสภาพคล่อง
ธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นธุรกิจที่เปรียบเสมือนพื้นฐานของประเทศก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่ยืดเยื้อเกาะแน่นกับชาวเอสเอ็มอี ก็คือ เรื่องเงินทุนกับการขาดสภาพคล่อง
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ก็ทราบปัญหาดังกล่าว และพยายามเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีพลิกฟื้นขึ้นมาได้ อย่างปีที่ผ่านมามีโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงิน 1,000 ล้านบาท เป็นโครงการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของเงินกู้แบบไม่มีดอกเบี้ย วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559
ตัวเลขล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2560 คือ สสว.ได้อนุมัติเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการไปแล้ว 110 ราย วงเงินรวมทั้งสิ้น 96.21 ล้านบาท (เฉลี่ยรายละ 874,636 บาท) ในจำนวนนั้นเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากภาคใต้ 10 ราย และเป็นผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอผ่านเรสคิว เซ็นเตอร์ 10 ราย ทั้งนี้ สสว.และเอสเอ็มอีแบงก์ ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมได้พยายามเร่งดำเนินงานในส่วนนี้ให้รวดเร็วขึ้น และมั่นใจว่าจะปล่อยกู้ได้ครบวงเงิน 1,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2560
นอกจากให้กู้แล้ว สสว.ยังช่วยพัฒนากิจการให้ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน เช่น ช่วยให้ขายสินค้าออนไลน์ และดูแลผ่านศูนย์ OSS ในทุกจังหวัด ทั้งนี้ สสว.คาดว่าจะสามารถปล่อยเงินกู้ทั้งหมด 1,000 ล้านบาทได้ ภายในสิ้นปี 2560
ล่าสุด สสว.ยังเตรียมการให้ความช่วยเหลือในเรื่องมาตรการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) เห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุน เพื่อดำเนินการตามมาตรการฟื้นฟูกิจการไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2559 วัตถุประสงค์ของมาตรการฟื้นฟู คือ เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางการเงิน แต่ยังมีศักยภาพสามารถดำเนินการกิจการต่อไปได้ เมื่อกิจการได้รับการฟื้นฟูแล้ว จะสามารถกู้ยืมจากสถาบันการเงินได้ต่อไป
สาระสำคัญของมาตรการ คือ มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอี ที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน ซึ่งประสบปัญหาสภาพคล่องตึงตัว โดยอาจเป็น NPL หรือไม่เป็น NPL ก็ได้ การให้ความช่วยเหลืออาจอยู่ในรูปการให้กู้ยืมระยะยาว 10 ปี ปลอดดอกเบี้ยและปลอดเงินต้นในช่วง 3 ปีแรก หรือการเข้าร่วมทุนเพื่อให้เอสเอ็มอีมีฐานะมั่นคงขึ้น มีโอกาสที่จะขอกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น
คณะอนุกรรมการฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน จะแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรอง ประกอบด้วยผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ธนาคารกรุงไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย สสว.เป็นเลขานุการ เพื่อพิจารณาคำขอความช่วยเหลือของเอสเอ็มอี ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือได้ที่ เรสคิว เซ็นเตอร์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ได้รับคำขอความช่วยเหลือทางการเงินจากเอสเอ็มอีแล้ว 2,258 ราย
โดย สสว.ได้ขอให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอี ซึ่งมีสมาชิกอยู่ในทุกจังหวัดรวบรวมคำขอความช่วยเหลือของสมาชิกผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ประสบปัญหาทางการเงินส่งให้ สสว.เพื่อจะดำเนินการช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในเขตภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่ง สสว.ได้รับความร่วมมือจากสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ส่งมอบรายชื่อพร้อมข้อมูลของผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินในรูปของเงินทุนหมุนเวียน หรือเพื่อปรับปรุงกิจการ จำนวน 600 กว่ากิจการ ให้เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดย สสว.จะเร่งกระบวนการดำเนินงานขออนุมัติเงินอุดหนุนช่วยเหลือให้แก่เอสเอ็มอีต่อไป
นี่คือ อีกภารกิจเร่งด่วนของ สสว.ในขณะนี้







