
กลต.จี้บล.ทำ 6 ประเด็น
หยุดความตื่นตระหนกนักลงทุน ขายบี/อี ปี’59 เดือด 3 แสนล้าน
หยุดความตื่นตระหนกนักลงทุน ขายบี/อี ปี’59 เดือด 3 แสนล้าน
เปิดหนังสือเวียน ก.ล.ต.กำชับ บล.ต้องดำเนินการ 6 ประเด็น กรณีขายบี/อีระยะสั้นหวั่นลุกลามนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่งหนังสือเวียนถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งและสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานและการกำกับดูแลของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์กรณีเสนอขายตราสารหนี้ โดยระบุว่าช่วงที่ผ่านมา บล.มีการเสนอขายตราสารหนี้จำนวนมากในปีก่อนมีมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ปรากฏข่าวและมีกรณีร้องเรียนจากผู้ลงทุนเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกและเสนอขายตราสารหนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น อาจนำไปสู่ความเสียหายของผู้ลงทุนขาดความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจดังกล่าวของ บล.และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม เพื่อให้ บล.มีการดำเนินการในกรณีดังกล่าวอย่างรัดกุม มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานที่ดีในการประกอบวิชาชีพ คำนึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ จึงกำชับ บล.ให้ความสำคัญในกรณีดังต่อไปนี้
กรณีแรก มีระบบในการคัดเลือกตราสารหนี้ที่จะนำมาเสนอขายลูกค้า จะต้องมีขบวนการคัดเลือกทำความรู้จักผู้ออก ที่รัดกุม เหมาะสม มีคุณภาพ มีนโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจน คลอบคลุม เรื่องคุณภาพของผู้ออก และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีกระบวนการหาข้อเท็จจริง และตรวจสอบความถูกต้องความน่าเชื่อถือของผู้ออก ทั้งในเรื่องผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร การดำเนินงาน ความเป็นไปได้ของโครงการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพพร้อมทำเอกสารให้ชัดเจน
กรณีที่สอง ระบบงานเสนอขาย แก่ผู้ลงทุน ต้องชัดเจนถูกต้อง ในข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญไม่ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีความเพียงพอในการตัดสินใจลงทุน ต้องมีความเข้าใจในตราสารหนี้ที่เสนอขายให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะตราสารหนี้ ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งเตือนว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ผู้เสนอขายจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของผู้ลงทุนในการซื้อตราสารหนี้ด้วย
กรณีที่สาม ระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้คำนึงถึงกระบวนการคัดเลือก การเสนอขาย เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าและป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสม ต้องเปิดเผยส่วนได้เสียอย่างครบถ้วนถูกต้อง เพื่อความโปร่งใสและให้ลูกค้าได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจที่เพียงพอ
กรณีที่สี่ ระบบบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เฉพาะกรณีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระเงิน และการดำเนินการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
กรณีที่ห้า ระบบรับข้อร้องเรียน ต้องมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนได้โดยเร็ว
กรณีที่หก ระบบในการติดตาม ควบคุมและการตรวจสอบการปฏิบัติงาน โดยต้องมีระบบในการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ติดตามแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว







