
‘CPL’ รับโอน แพงโกลินเสร็จ ไตรมาส 2 ปีนี้
หลังควบรวมดันรายได้ปี 2560 แตะ 2,500 ล้าน มีสินทรัพย์เพิ่มอีก 500-600 ล้าน แผน 3 ปีวางเป้ารายได้ 3,000 ล้าน
หลังควบรวมดันรายได้ปี 2560 แตะ 2,500 ล้าน มีสินทรัพย์เพิ่มอีก 500-600 ล้าน แผน 3 ปีวางเป้ารายได้ 3,000 ล้าน
นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน รองกรรมการผู้จัดการ ซี.พี.แอลกรุ๊พ (CPL) เปิดเผยว่า การรับโอนกิจการทั้งหมดจากของบริษัท แพงโกลิน เซฟตี้ โปรดักส์ น่าจะเสร็จสิ้นในช่วงประมาณไตรมาส 2/2560 นี้ ตามมติก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) อนุมัติให้รับโอนกิจการ โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 15.49 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 34.28 บาท รวมมูลค่า 531 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนเพื่อรับโอนกิจการของแพงโกลิน
ทั้งนี้ หลังการทำรายการจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มวงษ์เจริญสินใน CPL เพิ่มขึ้นจาก 51.27% เป็น 69.29% โดยกลุ่มวงษ์เจริญสินกำหนดจะทำคำเสนอซื้อหุ้น (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) CPL ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.-17 มี.ค. 2560 นี้ ซึ่งกำหนดวันที่ 23 ก.พ. 2560 นี้เป็นวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อขอมติในการควบรวมกิจการในครั้งนี้
สำหรับการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้เกิดประโยชน์ร่วมทางธุรกิจระหว่างกันเป็นอย่างดี เพราะธุรกิจเดิมของ CPL เป็นธุรกิจต้นน้ำ ขณะที่ธุรกิจของแพงโกลินเป็นธุรกิจปลายน้ำ ทั้งนี้ จะส่งผลให้รายได้รวมของ CPL ในปี 2560 เพิ่มเป็นประมาณ 2,500 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 25% ขณะที่จะมีสินทรัพย์ใหม่ที่โอนเข้ามาอีก 500-600 ล้านบาท จากเดิมที่มี 1,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายจะมีอัตรากำไรสุทธิเป็น 7-10% จากธุรกิจเดิมที่ 3-4% เนื่องจากธุรกิจกลุ่มผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้เป็นสินค้าปลายน้ำที่มีอัตรากำไรสูงกว่า อีกทั้งมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าธุรกิจเดิมคือฟอกหนัง ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำ
นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน กรรมการผู้จัดการ CPL กล่าวว่า แผนในระยะ 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้รวมเพิ่มเป็นประมาณ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมโอกาสของแผนในการทำธุรกิจใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิมในกลุ่ม







