
เร่งขับเคลื่อนเอสเอ็มอี
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอขออนุมัติจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ใช้งบกลางวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ตาม พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียนของกระทรวงการคลัง โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้บริหารกองทุนดังกล่าว
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอขออนุมัติจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ใช้งบกลางวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ตาม พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียนของกระทรวงการคลัง โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้บริหารกองทุนดังกล่าว
อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังจากการประชุมแนวทางบูรณาการพัฒนาเอสเอ็มอี ในแนวประชารัฐว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการพัฒนาเอสเอ็มอีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจฐานรากของประเทศร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ทั้งนี้ ที่ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาในระยะนำร่อง 2 โครงการ คือ การพัฒนาเกษตรที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอี และพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ อินดัสตรี วิลเลจ) โดยกระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่หลักในการเป็นแกนนำพัฒนาด้านการเกษตร ขณะที่ กระทรวงอุตสาหกรรมจะรับหน้าที่หลักในการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และมี สสว.เป็นผู้สนับสนุนการทำงาน
“ที่ประชุมได้ตั้งทีมงานเพื่อกำหนดรายละเอียดของแต่ละโครงการ รวมถึงกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่จะพัฒนาหมู่บ้าน โดยนัดหมายหารืออีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมมีการพัฒนาหมู่บ้านเดิมอยู่แล้ว 9 หมู่บ้านในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น ในพื้นที่นครปฐม สุโขทัย นนทบุรี ระยอง เป็นต้น และหลังจากนั้นจะกำหนดพื้นที่หมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศให้ครบ 77 จังหวัด” อุตตม กล่าว
สำหรับการบูรณาการงานด้านการเกษตรจะต้องให้ความสำคัญอย่างครบวงจร ตั้งแต่เทคโนโลยีไปจนถึงการตลาดโดยใช้ความเชื่อมโยงของอี-คอมเมิร์ซ ขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วย
ด้าน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกับ รมว.อุตสาหกรรม สสว. กระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อหารือถึงแผนงานในการบูรณาการพัฒนาด้านผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ร่วมกัน ซึ่งจะต้องกำหนดว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบส่วนใดบ้าง โดยแม่งานหลักคือ กระทรวงอุตสาหกรรม ส่วน สสว.จะเข้าไปดูแลถึงแผนการพัฒนาเอสเอ็มอี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลงานด้านการตลาดให้ทั้งหมดสอดคล้องกัน ซึ่งจะรวมไปถึงการบูรณาการงบประมาณปี 2560 ที่จะมาทำงานร่วมกันด้วย
“งานนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นแม่งานหลัก ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเป็นส่วนเสริม ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานด้านบูรณาการ และไม่เฉพาะระหว่างหน่วยงานข้ามกระทรวงเท่านั้น หน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีการทำงานแบบบูรณาการที่จะช่วยกันขับเคลื่อนเอสเอ็มอีตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและการทำงานร่วมกัน” สนธิรัตน์ กล่าว
สำหรับแผนบูรณาการด้านเอสเอ็มอีนั้น ได้กำหนดออกมา 2 กลุ่ม คือ กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งโครงการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปขับเคลื่อนแผนเอสเอ็มอีด้านการท่องเที่ยวนั้น คือตลาดต้องชม และหมู่บ้านทำมาค้าขาย และเรื่องเกษตรในการสร้างสมาร์ทฟาร์มเมอร์ โดยกระทรวงพาณิชย์มีการทำเรื่องฟาร์มเอาต์เลตอยู่แล้ว ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการดำเนินการด้านเกษตรแปรรูป







