
พาณิชย์เกาะติดผลกระทบเบร็กซิต
"สนธิรัตน์" สั่งพาณิชย์เกาะติดผลกระทบเบร็กซิต หลังเงินปอนด์อ่อนค่า เชื่อไทยยังมีโอกาสทางการค้า
"สนธิรัตน์" สั่งพาณิชย์เกาะติดผลกระทบเบร็กซิต หลังเงินปอนด์อ่อนค่า เชื่อไทยยังมีโอกาสทางการค้า
กระทรวงพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์และประเมินผลกระทบเบร็กซิตของกลุ่มเครือสหราชอาณาจักร หลังเงินปอนด์อ่อนค่า รอนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศแผนวันนี้
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จะสั่งการให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบแผนการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ของกลุ่มเครือสหราชอาณาจักร ซึ่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษจะประกาศแผนเบร็กซิตในวันที่ 17 ม.ค.
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ การค้า กล่าวว่า คาดว่าเบร็กซิตจะ กระทบค่าเงินปอนด์ระยะสั้น โดยสินค้า ไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์อ่อนค่า เช่น ยานยนต์และ ส่วนประกอบ ไก่ เนื่องจากส่งออกอันดับ 1 และ 2 ไปตลาดอังกฤษ ขณะที่เงินปอนด์ที่อ่อนค่าช่วงปี 2559 ประเมินว่าทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยหายไป 60.120 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าไม่มาก เพราะไทยส่งออกไปอังกฤษ 1.78% ของการส่งออกทั้งหมด
ขณะที่ในระยะปานกลาง หลังจากเบร็กซิต เศรษฐกิจของอังกฤษยังมีแนวโน้มขยายตัวดีและดีกว่าอียู และหากทั้งอังกฤษและอียูมีแผนเบร็กซิตที่ชัดเจนจะส่งผลดีต่อไทยมากกว่า แต่ผู้ส่งออกไปตลาดอังกฤษไม่ควรชะล่าใจ ควรทำประกันความเสี่ยงไว้
ด้านค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน อยู่ที่ 1.1983 เหรียญสหรัฐ/ปอนด์ หรือลดลง 1.5% ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเหนือระดับ 1.2032 เหรียญสหรัฐ/ปอนด์ ได้ โดยตลาดการเงินวิตกว่านายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ จะประกาศถอนตัวจากสหภาพยุโรปแบบฮาร์ดเบร็กซิต หรือไม่สามารถอยู่ร่วมในตลาดเดียวของยุโรปที่ได้สิทธิพิเศษทางภาษีและอื่นๆ ได้อีกต่อไป ค่าเงินปอนด์ดังกล่าวส่งผลให้เงินบาทปิด 35.44 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าจาก 35.38 บาท/เหรียญสหรัฐ ช่วงเปิดตลาด







