posttoday
อุตฯ ไอทีเพื่อนบ้านโต

อุตฯ ไอทีเพื่อนบ้านโต

16 มกราคม 2560

‘VST ECS’ สบช่องจีดีพีรอบ 5 ปีกลุ่มซีแอลเอ็มโตเฉลี่ย 7-9%

‘VST ECS’ สบช่องจีดีพีรอบ 5 ปีกลุ่มซีแอลเอ็มโตเฉลี่ย 7-9%

VST ECS บุกอุตสาหกรรมไอทีเจาะตลาดซีแอลเอ็ม รับจีดีพีประเทศขยายตัว 7-9% วางเป้าปี 2560 แตะพันล้านบาท 

นายณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานบริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศองค์กรขนาดใหญ่ (เอ็นเตอร์ไพรส์ ซิสเต็ม) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดบริการดังกล่าวในกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา (ซีแอลเอ็ม) ด้วยมองเห็นโอกาสอัตราการเติบโตผลผลิตมวลรวม (จีดีพี) ของตลาดกลุ่มนี้ในรอบ 5 ปี ถึงปัจจุบันยังเติบโตสูงเฉลี่ย 7-9%

ทั้งนี้ บริษัทเห็นว่าเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางหรือไซส์เอ็มของไทย ที่สนใจมุ่งเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้ ที่มีความต้องการสินค้าบริการด้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบหลายด้านจากทำเลภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม ความเข้าใจวัฒนธรรม เป็นต้น ที่สามารถเข้าตลาดได้ง่ายกว่าสมาชิกอาเซียนประเทศอื่นๆ

สำหรับแนวทางการเข้าตลาดซีแอลเอ็มในปีนี้ บริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญในการเข้าตลาดเมียนมาเป็นอันดับต้นๆ จากจำนวนประชากรกว่า 50 ล้านคน ที่ภาครัฐเร่งขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ รวมถึงขยายการค้าชาติบริเวณชายแดนที่ติดกับอินเดียและจีนมากขึ้น ที่ผลักดันให้ธุรกิจต่างชาติหันมาลงทุนโรงงานในเมียนมามากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจคึกคักตามมา

“แม้กฎหมายในเมียนมาจะยังไม่อนุญาตให้ธุรกิจในบางอุตสาหกรรมของต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ 100% แต่หากเป็นรูปแบบไอทีเซอร์วิส รัฐบาลอนุญาตให้เข้ามาจดทะเบียนประกอบกิจการได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานสาขาในกรุงย่างกุ้ง เพื่อติดต่อลูกค้าที่ต้องการวางระบบเอนเตอร์ไพรส์ในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม สถาบันธนาคาร เป็นต้น ที่สั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์จากไทย” นายณรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทจะยังใช้รูปแบบการทำธุรกิจดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับการทำตลาดในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่กำลังมุ่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานประเทศรอบด้านเช่นกัน ที่บริษัทได้เข้าศึกษาสำรวจพร้อมเข้าไปทำตลาดตั้งแต่ 3 ปีก่อน และพบว่าอุตสาหกรรมไอทีในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยจากปี 2556-2558 บริษัทมีอัตราเติบโตธุรกิจกว่า 100-200%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดในเวียดนามที่บริษัทไม่ได้เข้าไปนั้น ด้วยปัจจุบันอุตสาหกรรมตลาดบริการไอทีในประเทศดังกล่าว มีการพัฒนาไปในระดับหนึ่งและเติบโตมาไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว รวมถึงมีผู้เล่นรายใหญ่ต่างชาติหลายรายที่เข้าไปอยู่ตลาดมาก่อนหน้า ซึ่งในปัจจุบันพบว่าตลาดบริการคอลเซ็นเตอร์ ซอฟต์แวร์ มีแนวโน้มการเติบโตและพัฒนาที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งไม่เหมาะสมหากจะเข้าไปในตลาดเวียดนามในตอนนี้

นายณรงค์ กล่าวว่า สำหรับความท้าทายในการเข้าตลาดกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มในปีนี้มี 4 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย 1.การขยายโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มลูกค้าแต่ละประเทศที่จะต้องติดตามกระแส (เทรนด์) การบริโภคให้ทัน โดยผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องมุ่ง (โฟกัส) ในสิ่งที่ตัวเองถนัดจริงๆ แล้วไปในทิศทางนั้น 2.ความพร้อมของทรัพยากรบุคคลที่เข้ามารองรับการขยายธุรกิจที่กำลังเติบโตในตลาดเพื่อนบ้าน ที่จะต้องมีทักษะความรู้ในระดับสากล โดยเฉพาะภาษาที่ใช้สื่อสาร ด้วยปัจจุบันคู่แข่งในประเทศซีแอลเอ็มวีต่างพัฒนาแรงงานคุณภาพออกมาแข่งขัน

สำหรับปัจจัยที่ 3.ด้านแหล่งทุน ที่ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องมีสายป่านเพียงพอต่อการขยายกิจการในอนาคต และปัจจัยสุดท้าย 4.ด้านดิจิทัล ที่ปัจจุบันสิงคโปร์ถือเป็นคู่แข่งที่พัฒนาไปมากในด้านดังกล่าวแล้ว สำหรับตลาดประเทศไทย ขณะนี้อยู่ในภาวะค่อนข้างอิ่มตัว ซึ่งเป็นไปตามจีดีพีของประเทศในอัตราเฉลี่ย 3% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องมองหาโอกาสการขยายธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา

ทั้งนี้ ปี 2560 บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในกลุ่มซีแอลเอ็ม 1,000 ล้านบาท และในไทยคาดเติบโต 10%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี