posttoday
กองทัพปัญญา

กองทัพปัญญา

16 มกราคม 2560

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

คนทั่วโลกได้รับฟังคณะกรรมาธิการทหารซักถาม พล.อ.เจมส์ แมตทิส ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางโหม ที่ถูกเสนอชื่อโดย โดนัลด์ ทรัมป์ จากการถ่ายทอดสดของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา จึงน่าชื่นชมอเมริกาที่ให้กระบวนการประชาธิปไตยเป็นไปอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน

ที่น่าสนใจคือ คำถามส่วนใหญ่มุ่งไปทางรัสเซีย ที่อเมริกามองว่ากำลังเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากความไม่ลงรอยกันทั้งในเรื่องปัญหายุโรปตะวันออก และข้อพิพาทในตะวันออกกลาง ทั้งยังมีหลักฐานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน สั่งการให้มีการเจาะข้อมูลเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ผ่านมา

อเมริกาคงจะกลับมาสร้างขุมกำลังทางกองทัพเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่หลังสงครามเย็น อีกทั้งความสัมพันธ์กับจีนยังคงเป็นคำถามว่าจะไปในทิศทางใด และคงไม่พอใจการแผ่อิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้ สถานการณ์การเมืองอเมริกา ทำให้ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พันธมิตรของอเมริกาในเอเชีย คงหนาวๆ ร้อนๆ กันอยู่แน่นอน

ทุกประเทศชั้นนำจึงมีการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เกิดเป็นนโยบาย “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เช่น แม้ญี่ปุ่นอาจไม่มีหัวรบนิวเคลียร์ แต่นักวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะสร้างขีปนาวุธได้อย่างรวดเร็ว จากทรัพยากรพลังงานนิวเคลียร์ที่มีอยู่

เกาหลีใต้ก็สร้างอุโมงค์ใต้ดินเพื่อเก็บน้ำมันดิบไว้ใช้ได้นานกว่า 180 วันในกรณีฉุกเฉิน และสิงคโปร์ก็ดัดแปลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นเมืองหลบภัยใต้ดินยามเกิดสงครามนิวเคลียร์ นี่คือการเตรียมการทางกายภาพเท่านั้น

แต่ประเทศเหล่านี้ยังมีการเตรียมการทาง “ปัญญา” โดยการรวบรวมคนระดับมันสมองของชาติ ไว้เพื่อช่วยชาติในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากดูภาพยนตร์ดังของฮอลลีวู้ด ทุกครั้งเมื่ออเมริกาต้องประสบภัย จะมีคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายงานตรงต่อประธานาธิบดี กลุ่มมันสมองนี้มีอยู่จริง

เมื่อครั้งผมเรียนอยู่ที่เอ็มไอที สหรัฐอเมริกา พบว่ามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอยู่ในทีมที่ปรึกษาประธานาธิบดีหลายคน ตั้งแต่เรื่องการพัฒนาสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อใช้สร้างและซ่อมแซมอวัยวะจนถึงการโคลนนิ่ง เรื่องอาวุธชีวภาพ เรื่องสภาวะโลกร้อน เรื่องสงครามอวกาศ และอเมริกากำลังรวบรวมคนเก่งมาวางแผนเรื่องการทำสงครามไซเบอร์ หรือสงครามดิจิทัล เพื่อแทรกแซงฐานข้อมูลของฝ่ายปรปักษ์ รวมทั้งป้องกันการเจาะข้อมูลจากฝ่ายตรงข้าม

ผมได้มีโอกาสพบนายทหารหนุ่มของสิงคโปร์ ซึ่งใส่แว่นตาหนาเตอะ ไม่บึกบึน ไร้กล้าม ดูเป็นผู้คงแก่เรียนมากๆ ซึ่งเป็นนายทหารที่ทำงานด้านมันสมองให้กับกองทัพ ปัจจุบันกองทัพสิงคโปร์มีทั้งนักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรชั้นยอด เพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคง และเสนอแนะผู้นำประเทศด้านนโยบาย ทั้งในเวลาปกติและในภาวะฉุกเฉิน

ประเทศไทยก็มีคนเก่งระดับยอดมันสมองมากมาย หลายคนจบจากมหาวิทยาลัยระดับโลก เคยร่วมงานกับอาจารย์ชั้นนำ และทำงานวิจัยให้กับองค์กรวิจัยระดับโลก เช่น ที่เอ็มไอทีก็มีศูนย์วิจัยลินคอล์นที่สร้างงานวิจัยด้านความมั่นคงให้รัฐบาลสหรัฐ ทั้งระบบขีปนาวุธ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ชั้นสูงเพื่อความมั่นคง โดยมีนักวิจัยระดับหัวกะทิรวมทั้งนักศึกษาคนไทยร่วมกันทำงานในโครงการลับสุดยอดนี้

รัฐบาลไทยจึงควรระดมคนเก่งที่สุดแต่ละสาขาเพื่อมาเป็นมันสมองให้ประเทศ ไม่ควรปล่อยให้คนเก่งเหล่านี้กลับมาช่วยประเทศเพียงทำงานสอนหนังสือและวิจัยในมหาวิทยาลัย หรือในองค์กรภาครัฐเท่านั้น น่าเสียดาย

ดังนั้น ในสถานการณ์โลกที่สุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เราจึงควรจัดตั้งกลุ่มมันสมอง ซึ่งก็คือ “กองทัพปัญญา” ของไทย เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และนำเสนอไอเดียเพื่อให้ชาติไทยตามการเปลี่ยนแปลงทัน อยู่รอดปลอดภัย พึ่งพาตนเองได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจอยู่ในสภาวะที่อันตรายในการเปลี่ยนแปลงของโลก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน