
ดีเดย์แก้หนี้นอกระบบ
คลังเชิญนายกฯ คิกออฟแก้ไขหนี้นอกระบบ 6 ก.พ.นี้ หลังกฎหมายห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% มีผลบังคับใช้แล้ว
คลังเชิญนายกฯ คิกออฟแก้ไขหนี้นอกระบบ 6 ก.พ.นี้ หลังกฎหมายห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% มีผลบังคับใช้แล้ว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เตรียมจัดงานเปิดตัวโครงการแก้หนี้นอกระบบอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการเปิดตัวโครงการนี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ที่ประกาศทำสงครามกับหนี้นอกระบบ
ทั้งนี้ การวางโครงสร้างแก้ไขหนี้นอกระบบให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ดำเนินการเสร็จแล้ว โดยราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ว่าจะมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป
สำหรับสาระสำคัญกฎหมายฉบับนี้ คือการยกเลิกพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 และกำหนดให้ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยปัจจุบันกฎหมายกำหนดห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยเกิน 15% หากกระทำความผิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเป็นกลุ่มกระบวนการที่เป็นลักษณะนายทุน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และหากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การแก้ไขหนี้นอกระบบแบบบูรณาการ ทุกมาตรการจะดำเนินการพร้อมกันหมด ทั้งจับและลงโทษหนักเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายยุติธรรมได้รวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้นอกระบบส่งมาให้กระทรวงการคลังรับทราบแล้ว
หลังจากนั้นจะให้นาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ ที่ตั้งขึ้นมาช่วยปล่อยกู้ลูกหนี้ ให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างถาวร โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของธนาคารด้วย โดยธนาคารออมสินจะเน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกค้าทั่วไป ส่วน ธ.ก.ส.จะเน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกค้าเกษตรกร โดยมีรูปแบบสินเชื่อและดอกเบี้ยเหมือนกัน







