
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2561
ขาดดุล4.5แสนล้านกระตุ้นศก.
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2561 ในวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท โดยประมาณการเก็บรายได้อยู่ 2.45 ล้านล้านบาท โดยกำหนดให้เพิ่มงบลงทุนให้มากขึ้นเป็น 23% ของงบประมาณรายจ่ายสูงกว่าปี 2560 ที่อยู่ในระดับ 22% ซึ่งสัดส่วนหนี้สาธารณะปี 2561 อยู่ที่ 45% ของจีดีพี อยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ 60% ของจีดีพี แม้เศรษฐกิจภายในฟื้นตัวมากขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยง การจัดทำงบประมาณขาดดุลยังมีความจำเป็น เพื่อลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และในปี 2561 จะจัดสรรงบลงทุนระดับ 15 กลุ่มจังหวัดเพิ่มมากขึ้น
น้ำท่วมใต้กระทบ2หมื่นล.
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วม 14 จังหวัดภาคใต้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินตัวเลขความเสียหายมูลค่า 2.23 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายจากภาคเกษตร 8,100 ล้านบาท ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 1.08 หมื่นล้านบาท และโครงสร้างพื้นฐาน (ถนน ทางรถไฟ สะพานและบ้านเรือน) 3,405 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อจีดีพีภาคใต้ลดลง 1.2% และส่งผลกระทบต่อจีดีพีประเทศลดลง 0.1%
ขณะที่ กระทรวงการคลังหารือแบงก์รัฐให้ปล่อยกู้ลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม อัตราดอกเบี้ย 0% รวมถึงมีมาตรการภาษีให้ผู้บริจาคช่วยเหลือภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2559 ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
ตลาดตราสารหนี้ปีนี้ไม่คึก
นอกจากจะคาดว่า การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนปีนี้จะลดลงเหลือ 6 แสนล้านบาทแล้ว สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ยังจับตาการผิดนัดชำระหนี้ของตั๋วแลกเงิน (บี/อี) หลังจากนักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นต่อตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จึงไม่ลงทุนต่อ และอาจทำให้สภาพคล่องของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้สะดุด
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะปรับปรุงเกณฑ์ บี/อี หลังจากพบว่ายังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้หลายจุด แต่เชื่อว่า การผิดนัดชำระหนี้ บี/อี ของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในระยะนี้เป็นปัญหาเฉพาะตัวบริษัทที่แตกต่างกัน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่ามี บี/อี ที่มีความเสี่ยงอาจจะมีปัญหาอยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากตลาดรวมที่มีอยู่หลายแสนล้านบาท คาดว่าจะสรุปแนวทางการจัดการได้ในสัปดาห์หน้า
ทีวีดิจิทัลตบเท้าขึ้นค่าโฆษณา
เริ่มออกมาประกาศผังรายการใหม่กันอย่างคึกคักสำหรับช่องทีวีดิจิทัล นอกจากจะเปิดตัวผังรายการใหม่ที่ต่างขนคอนเทนต์ใหม่ๆ มาออกอากาศเพื่อเรียกเรตติ้งแล้ว ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลช่องน้องใหม่ไม่ว่าจะเป็นช่องเวิร์คพอยท์ ช่องโมโน และช่อง 8 ต่างก็ออกมาประกาศตัวขอปรับค่าโฆษณาตามเรตติ้งของตัวเองที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งรอบนี้ก็มีการปรับราคาตั้งแต่ 10-100% เลยทีเดียว
สำหรับช่องที่มีการปรับค่าโฆษณาขึ้นมา 100% ก็คือ ช่อง 8 ที่ออกมาปรับค่าโฆษณารายการข่าว และมวยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากเรตติ้งของทั้งสองรายการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนการออกมาปรับผังรายการใหม่ เช่นช่องโมโนออกมาเปิดตัวซีรี่ส์ไทยเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรี่ส์ ขณะที่ ช่อง 8 ก็ออกมาเปิดตัว สีดาราม ศึกรักมหาลงกา ซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์จากประเทศอินเดียมาออกอากาศหากเรตติ้งดีกลางปีอาจมีการขยับค่าโฆษณากันอีกรอบ







