
พักหนี้น้ำท่วม
ธปท.ผ่อนผันยืดจ่ายบัตรเครดิตเปิดทางแบงก์ช่วยเหลือลูกค้า
ธปท.ผ่อนผันยืดจ่ายบัตรเครดิตเปิดทางแบงก์ช่วยเหลือลูกค้า
โพสต์ทูเดย์ - ธปท.ผ่อนเกณฑ์สำรองหนี้เสียให้ธนาคารพาณิชย์ที่พักชำระหนี้และลดอัตราการผ่อนชำระหนี้ให้ลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ และบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ขอให้ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ทางด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ รวมไปถึงให้พิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 10% ของยอดคงค้างได้ไปจนถึง 30 มิ.ย. 2560
ทั้งนี้ ให้การผ่อนผันดังกล่าวไม่กระทบการจัดชั้นลูกหนี้ให้สามารถจัดชั้นลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือไว้ตามเดิมเหมือนก่อนน้ำท่วมได้ ไม่ถือเป็นสินเชื่อตกชั้น เพียงแต่ต้องพิสูจน์การเชื่อมโยงผลกระทบจากน้ำท่วมได้ และต้องรายงานยอดการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ ธปท.รับทราบทุกเดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.นี้เป็นต้นไป
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตและลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล โดยธนาคารจะพักชำระหนี้และค่าธรรมเนียมนาน 3 เดือน
จากนั้นหากลูกค้ายังได้รับผลกระทบต่อเนื่องหรือยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ธนาคารจะมีการพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นรายกรณีให้กับลูกค้า ด้วยการให้ชำระขั้นต่ำจาก 10% ของยอดใช้จ่ายรวมตามเกณฑ์ ธปท. ให้เหลือเพียง 5% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นไปตามประกาศการขอร่วมมือของ ธปท.
“ลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบคาดว่าจะมีประมาณ 2-3 หมื่นราย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เป็นพนักงานประจำ ซึ่งการพักชำระหนี้และการลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ จะพิจารณาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจริง และเป็นรายที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ก่อน รายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า ธนาคารไม่ได้กังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมใต้นานๆ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือการประกอบอาชีพจนกระทบการชำระหนี้ของลูกค้า และทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากน้ำท่วมนานเป็นเดือนอาจต้องพิจารณาผลกระทบอีกครั้ง
ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2559 เอ็นพีแอลบัตรเครดิตอยู่ที่ 1.4% และสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 3.3%







