
KSบุก‘DW/TFEX’
“KS” ใช้ฟินเทคเสริมทัพตัวช่วยผู้ลงทุนทุกผลิตภัณฑ์ตราสารทุน หวังขึ้นแท่น 3 อันดับแรก ทั้ง DW และ TFEX
“KS” ใช้ฟินเทคเสริมทัพตัวช่วยผู้ลงทุนทุกผลิตภัณฑ์ตราสารทุน หวังขึ้นแท่น 3 อันดับแรก ทั้ง DW และ TFEX
นายสุทธิสิทธิ์ แจ่มดี รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย (KS) เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายว่าปี 2560 นี้จะมีส่วนแบ่งการตลาดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อยู่ใน 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรม จากสิ้นปี 2559 DW อยู่ที่อันดับ 5 และสัญญาซื้อขายอนุพันธ์ อันดับ 4 จากที่บริษัทพยายามปรับปรุงและพัฒนาเครื่องมือที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยผู้ลงทุนในทุกผลิตภัณฑ์ตราสารทุน โดยส่วนใหญ่จะใช้ฟินเทคร่วมพัฒนา
ทั้งนี้ ภายในไตรมาสแรกจะมีการใช้เครื่องมือที่มาช่วยคัดเลือกการลงทุนและช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางด้าน TFEX และ DW โดยเฉพาะ DW ที่จะสามารถช่วยคัดสรรที่มีในอุตสาหกรรมที่มีกว่า 1,000 ตัว ประกอบกับปัจจุบันเริ่มเห็นผลหลังบริษัทใช้เวลา 6 เดือน ปรับปรุงและออกแบบ DW ที่ให้ลูกค้าสามารถถือ DW ในระยะเวลาที่นานขึ้น 10-12 วัน ก็สามารถทำกำไรได้ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการใช้ DW เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น จากปกติเฉลี่ยถือ DW ประมาณ 5 วัน
“หลังปรับปรุงเครื่องมือ DW ได้ 100% เห็นผลชัดเจน เพราะมีสถานะคงค้างยอด DW ที่ออกโดยบริษัทเติบโตขึ้นถึง 300-400% และปีนี้บริษัทน่าจะออกมาประมาณ 200 หลักทรัพย์ จากปีก่อนประมาณกว่า 100 หลักทรัพย์” นายสุทธิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนั้น บริษัทได้เตรียมออกหุ้นกู้อนุพันธ์ (สตรักเจอร์โน้ต) ที่อ้างอิงดัชนีภายในไตรมาส 2 โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างทำเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังจากที่ผ่านมาบริษัทออกเพียงสตรักเจอร์โน้ตที่อ้างอิงหุ้นรายตัวเป็นหลัก เนื่องจากตอนนี้เห็นว่าเป็นเครื่องมือที่เริ่มเห็นผลจากการลงทุนและเป็นที่ต้องการของผู้ลงทุนมากขึ้น โดยปี 2559 ให้อัตราผลตอบแทนกับลูกค้าเฉลี่ยถึง 7% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับหุ้นกู้อายุ 2 ปี ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 1.4%
นายสุทธิสิทธิ์ กล่าวว่า KS มีเป้าหมายชัดเจนให้ฟินเทคพัฒนาเครื่องมือมาช่วยลูกค้าเรื่องการลงทุนทุกผลิตภัณฑ์ตราสารทุน และเร็วๆ นี้จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นที่มาช่วยลูกค้าดูข้อมูลพฤติกรรมการซื้อขายในอดีตของตัวเอง และเปรียบเทียบกับหุ้นตัวอื่นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะปัจจุบันเน้นใช้ฟินเทคเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับลูกค้า หลังจากผ่านช่วงที่ส่วนใหญ่ทำในลักษณะให้ข้อมูลและสแกนหุ้นให้เป็นส่วนใหญ่
ด้าน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า บล.กสิกรไทย จะเสนอขาย DW จำนวน 20 หลักทรัพย์อ้างอิง บล.แมคควอรี (ประเทศไทย) เสนอขาย จำนวน 14 หลักทรัพย์ และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำนวน 11 หลักทรัพย์







