
เกษียณเท่ากับเลิกจ้าง ใครได้ประโยชน์
โดย...สาธิต
โดย...สาธิต
รักรัฐบาลนี้จริงๆ มีข่าวดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายกรณีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 40% แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาท เป็น 50% แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใหม่ โดยสาระสำคัญคือ กำหนดการเกษียณอายุให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง และต้องจ่ายเงินชดเชยตามอายุงาน และกำหนดอายุเกษียณเป็น 60 ปี
กฎหมายฉบับใหม่นี้ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงข้าราชการ เพราะข้าราชการไม่ใช่ลูกจ้าง และข้าราชการเองมักจะไม่มีปัญหาเกษียณ โดยเฉพาะท่านที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และเลือกรับบำนาญรายเดือน เพราะนอกจากจะได้รับเงินก้อนจาก กบข.แล้ว ยังได้รับเงินบำนาญรายเดือน หรือเงินบำเหน็จ แล้วแต่จะเลือก จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับลูกจ้าง
แต่ถ้าเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน การเกษียณอายุการทำงานถือว่าเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการพ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท หรือเป็นการสิ้นสุดสัญญาจ้าง สิทธิประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับคือ ค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ซึ่งจะได้รับค่าชดเชย ต่อเมื่อมีอายุงานตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้
1.ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน
2.ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 90 วัน
3.ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 180 วัน
4.ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 240 วัน 5.ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 10 ปีขึ้นไป จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 300 วัน
หมายเหตุ : ค่าจ้างที่ใช้คำนวณ คือ อัตราเงินเดือนเดือนสุดท้าย
ดังนั้น ถ้าทำงานมาครบ 10 ปีขึ้นไป จะได้ค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน หรือ 10 เดือน แต่จะไม่มีค่าบอกกล่าวล่วงหน้า เนื่องจากการเกษียณอายุมีข้อบังคับฯ กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาจ้างชัดเจน จึงไม่ต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
อ้าว ถ้าอย่างนั้น กฎหมายนี้มีอยู่แล้วออกมาซ้ำอีกทำไม คืออย่างนี้ครับ อายุเกษียณนั้นบริษัทจะระบุให้ชัดเจนหรือไม่ก็ได้ (โดยทั่วไปบริษัทเล็กที่เป็นพวกธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) หลายบริษัทไม่กำหนดอายุเกษียณไว้ในสัญญาจ้างงาน ซึ่งคาดว่ามีกว่า 9.3 หมื่นแห่ง มีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกว่า 6.5 แสนคน) ไม่ได้ถือว่าทำผิดกฎหมายแรงงาน
แต่จะหมายถึงบริษัทจ้างพนักงานทำงานไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าพนักงานจะลาออกหรือบริษัทเลิกจ้างพนักงานคนนั้นๆ ข้อดีคือลูกจ้างมีงานมีเงินใช้ตลอดชีวิต ข้อเสีย คือหากลูกจ้างลาออกจะไม่ได้รับค่า
ชดเชยใดๆ ตามกฎหมายแรงงาน เพราะถือว่าลาออกเอง
ดังนั้น กฎหมายใหม่นี้ที่กำหนดอายุเกษียณเป็น 60 ปี จึงเป็นประโยชน์กับลูกจ้างบริษัทที่ไม่กำหนดอายุเกษียณครับ เพราะนอกจากจะได้โอกาสทำงานมีเงินใช้ตลอดชีวิตแล้ว ยังได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานด้วย แต่ค่าชดเชยนี้ลูกจ้างจะไม่ได้รับกรณี เช่น ลูกจ้างลาออกเอง หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือเป็นงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและนายจ้างเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ฯลฯ ดังนั้น สำคัญมากๆ อย่าลาออกหรือทำความผิดจนถูกไล่ออกก่อนอายุ 60 ปีครับ เพราะจะไม่ได้ค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น
คำถามที่บางคนอาจสงสัย คือ ค่าชดเชยคำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้ายและนับรวมโบนัสด้วยหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่นับรวมโบนัสครับ เพราะเงินโบนัสไม่ใช่ค่าจ้างและอยู่ในดุลพินิจของนายจ้างว่าจะให้หรือไม่ก็ได้ หรืออย่างภาษีที่นายจ้างออกให้ก็ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง จึงไม่เอามารวมคำนวณค่าชดเชยครับ
แต่ค่าตอบแทนพิเศษ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำมันรถ ฯลฯ ถ้าจ่ายให้ลูกจ้างตามที่จ่ายไปจริงมีใบเสร็จมาแสดงจะไม่ถือเป็นค่าจ้าง แต่ถ้าจ่ายเป็นจำนวนเงินเฉพาะแน่นอนเท่ากันทุกเดือนไม่ต้องใช้ใบเสร็จ กรณีนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างที่ต้องเอาไปรวมกับเงินเดือนในการคิดค่าชดเชยครับ
ข้อดีอีกอย่างของค่าชดเชย กฎหมายภาษีได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างและนายจ้างได้จ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง ลูกจ้างจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินค่าชดเชยที่นายจ้างจ่ายให้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินเงินเดือน 300 วันสุดท้าย และต้องไม่เกิน 3 แสนบาท หากเกินลูกจ้างก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพียงแต่ส่วนที่ไม่เกินเท่านั้น
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเอง และได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ







