posttoday
วงจร Self-Fulfilling  ทางการเงิน

วงจร Self-Fulfilling ทางการเงิน

13 มกราคม 2560

ในช่วงตั้งแต่ปลายปี 2016 จนถึงต้นปี 2017 หลายท่านคงเห็นข่าวไม่สู้ดีนักเกิดขึ้นกับวงการตลาดทุนบ้านเรา โดยเป็นกรณีของการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินหรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตั๋วบี/อี” ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ 2 บริษัทด้วยกัน โดยรายหนึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อีกรายเป็นผู้ประกอบกิจการพลังงานทดแทน การเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ หรือที่เรียกกันในทางการเงินว่า การ Default ตั๋วบี/อีนั้น ส่งผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นวงกว้างและเกิดคำถามมากมายขึ้นในใจของหลายๆ คนด้วยค่ะ

ในช่วงตั้งแต่ปลายปี 2016 จนถึงต้นปี 2017 หลายท่านคงเห็นข่าวไม่สู้ดีนักเกิดขึ้นกับวงการตลาดทุนบ้านเรา โดยเป็นกรณีของการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินหรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตั๋วบี/อี” ของบริษัท
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ 2 บริษัทด้วยกัน โดยรายหนึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อีกรายเป็นผู้ประกอบกิจการพลังงานทดแทน การเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ หรือที่เรียกกันในทางการเงินว่า การ Default ตั๋วบี/อีนั้น ส่งผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นวงกว้างและเกิดคำถามมากมายขึ้นในใจของหลายๆ คนด้วยค่ะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลอย่างสำคัญต่อความเชื่อมั่นในกลไกการระดมเงินระยะสั้นผ่านการออกบี/อี โดยการออกตั๋วบี/อีถือเป็นทางเลือกการระดมสภาพคล่องระยะสั้นของเอกชนเพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนโดยมีต้นทุนที่ต่ำ ขณะเดียวกันตลาดบี/อีนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนในภาพรวม การเกิดเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นนักลงทุนถึง 2 ครั้งติดกันนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะหากเกิดกรณีเช่นนี้อีกในอนาคตอันใกล้ ตลาดบี/อีบ้านเราก็อาจสุ่มเสี่ยงต่อภาวะที่นักลงทุนอาจเกิดอาการ Panic หรือตื่นตระหนกขึ้นมาได้ค่ะ ซึ่งนั่นอาจนำมาสู่ปรากฏการณ์ทางการเงินที่เรียกว่า Self-Fulfilling Cycle ได้

การเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Self-Fulfilling นั้น มีลักษณะในทำนองว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ส่งผลให้ผู้คนหรือนักลงทุนเกิดอาการ Panic ขึ้นมาและคาดการณ์ไปต่างๆ นานาถึงกรณีที่เลวร้ายกว่าเดิมที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น คาดการณ์ว่าราคาหุ้นที่ลงมาอาจลงไปอีก หรือกรณีที่เกิด Bank Run จนผู้คนกังวลว่าจะมีแบงก์เจ้าอื่นล้มตามหรือไม่

ผลที่ตามมาก็คือทุกคนก็จะพยายามปกป้องตัวเองจากสถานการณ์ที่คาดว่าจะเลวร้ายลงกว่าเดิม ซึ่งผลสุดท้ายการที่ทุกคนคิดและทำเช่นนี้พร้อมกันก็ส่งผลให้สถานการณ์ที่ไม่ควรจะเลวร้ายลงกลับเลวร้ายลงมาจริงๆ เราจะเห็นปรากฏการณ์ Self-Fulfilling ทำงานเป็นประจำในช่วงที่เกิดวิกฤตที่ทุกคนเร่งขายหุ้นแข่งกันหรือผู้คนแห่ไปถอนเงินจากแบงก์ค่ะ จนเกิดปรากฏการณ์โดมิโนกระทบส่วนอื่นๆ ที่ตอนแรกไม่มีปัญหาจนมีปัญหาตามไปด้วย

กรณีของตั๋วบี/อีทั้งสองเหตุการณ์เป็นกรณีที่อาจส่งผลให้เกิด Self-Fulfilling Cycle ได้ค่ะ ถ้าขาดการบริหารจัดการที่ดี หากมีภาวะที่นักลงทุน Panic ขึ้นมาจริงๆ ก็อาจส่งผลกระทบไปถึงการระดมเงินและต้นทุนทางการเงินในการออกตั๋วบี/อีของทั้งตลาดได้ ผลที่เกิดขึ้นทันทีก็คือบริษัทต่างๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาด้านความโปร่งใสในการดำเนินงานหรือมีฐานะการเงินที่ดีก็จะเผชิญปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องในระยะสั้นมากขึ้นหรือการระดมเงินผ่านตั๋วบี/อีมีต้นทุนที่สูงขึ้น หากถึงขั้นทำให้มีหลายๆ บริษัทเกิดปัญหาสภาพคล่องระยะสั้นขึ้นมาก็อาจกระทบไปถึงความสามารถในการชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินต้นในหุ้นกู้ระยะยาวได้ค่ะ กรณีที่ Self-Fulfilling Cycle ลุกลามจากตลาดบี/อีไปจนถึงตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนในภาพรวมจึงถือเป็นเรื่องที่ต้องระวังและผู้ที่เกี่ยวข้องควรมาดูแลเรื่องนี้เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดบี/อีไม่ให้สั่นคลอนขึ้นมาค่ะ

โดยสรุปแล้ว ปัญหาของ Self-Fulfilling ในทางการเงินนั้นมักเริ่มต้นจากการเกิดปัญหาบางอย่างในตลาดจนกระทบความเชื่อมั่นของคนและนำไปสู่ภาวะ Panic ขึ้นและภาวะ Panic นี้ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วออกไปในวงกว้าง ทำให้เริ่มคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายลงในอนาคต จนกระทั่งการคาดการณ์นั้นกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาค่ะ กรณีที่ตั๋วบี/อีเกิดการผิดนัดติดกัน 2 รายในเวลาไล่เลี่ยกันถือเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจและจัดหามาตรการรองรับเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็วก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนกลายเป็นวงจร Self-Fulfilling ทางการเงินได้ค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท