
ธปท.ชี้มีมาตรการพร้อมรับมือเงินทุนไหลเข้า
ธปท.ชี้พร้อมรับมือเงินทุนไหลเข้าดูแลบาทไม่ให้ผันผวน แย้มมีมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าอยู่แล้ว สามารถงัดมาใช้ได้ทันทีถ้ามีการเก็งกำไรมโหฬาร
ธปท.ชี้พร้อมรับมือเงินทุนไหลเข้าดูแลบาทไม่ให้ผันผวน แย้มมีมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าอยู่แล้ว สามารถงัดมาใช้ได้ทันทีถ้ามีการเก็งกำไรมโหฬาร
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.มีความพร้อมที่เข้าหารือและชี้แจงการทำหน้าที่ดูแลค่าเงินบาทและเงินทุนไหลเข้ากับท่านนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ซึ่งการชี้แจงก็พร้อมจะชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง เพราะในการทำหน้าที่ดูแลค่าเงินบาท ธปท.จะดูไม่ให้ค่าเงินผันผวน
แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปกำหนดไว้ที่อัตราใดอัตราหนึ่งได้ เพราะที่สุดค่าเงินบาทก็ขึ้นกับอุปสงค์และอุปทานของเงินด้วย หมายถึงถ้าเศรษฐกิจดี การส่งออกดี เงินทุนก็เลือกจะเข้ามา ค่าเงินก็มีการปรับแข็งค่าขึ้นบ้าง และแข็งค่าตามพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วย
“ยอมรับว่าช่วงนี้เงินบาทแข็งค่าเร็วไปบ้าง เดิมแข็งค่าประมาณ 3.5% แต่พอมามิ.ย.แข็งขึ้นประมาณ 6.4% เพราะก่อนหน้านี้เรามีปัญหาภายใน เลยมาแข็งช่วงหลัง ทำให้ตอนนี้เราแข็งเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากมาเลเซีย แต่การแข็งค่าเป็นไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่แข็งจากเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรซะทีเดียว เพราะที่ไหนมีโอกาสเติบโตดี เงินทุนย่อมเลือกมาหาผลตอบแทนที่ดีกว่าอยู่แล้ว ภาวะนี้เป็นกันทั้งภูมิภาค ไม่ใช่เฉพาะไทย ”นางธาริษากล่าว
นางธาริษา เปิดเผยว่า ในการดูแลเงินทุนไหลเข้าธปท.มีมาตรการที่เหมาะสมไว้รับมือออยู่แล้ว เช่น มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น 30% (URR) ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ หรืออีกหลายๆมาตรการก็มีการศึกษาอยู่ เพียงแต่ยังไม่บอกว่าจะเอาใช้เมื่อไรต้องพิจารณาให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นและอ่อนค่าลง ตามภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินควรมีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วย







