
มาตรการส่งเสริม กิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม
โดย...พสุ ศรีหิรัญ
โดย...พสุ ศรีหิรัญ
ปลายปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัล ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัลให้หายใจคล่องขึ้น
ด้วยเงื่อนไขเดิมที่ผ่านมา 3 ปี ธุรกิจทีวีดิจิทัลได้จ่ายเงินส่วนให้รัฐไปแล้วถึง 26,969 ล้านบาท นี่คือเงินที่รัฐดึงออกจากระบบธุรกิจทีวีดิจิทัล ลองคิดดูว่าเม็ดเงินจำนวนนี้ หากไม่ถูกดึงออกมาจะสามารถหล่อเลี้ยงธุรกิจได้มากขนาดไหน และในอีก 3 ปี ข้างหน้าธุรกิจทีวีดิจิทัลจะต้องจ่ายเงินให้รัฐอีก 21,917 ล้านบาท ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน คงจะสร้างภาระหนักมากต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
การออกมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ผ่านมานับว่าเป็นมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบของภาระเศรษฐกิจต่อธุรกิจทีวีดิจิทัลได้ตรงจุด โดยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกที่จะจ่ายเงินตามเงื่อนไขเดิม หรือจะขอขยายระยะเวลาการจ่ายออกไปอีก 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1.5
มาตรการนี้ จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นการลดเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นหนี้ที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายให้รัฐ แต่เป็นเพียงการขยายระยะเวลาออกเพื่อให้ภาระที่จะต้องจ่ายต่อปีลดลง โดยสมมติฐานว่าผู้ประกอบการทุกรายเลือกที่จะขยายระยะเวลา ในปี 2560 จากปกติธุรกิจทีวีดิจิทัลจะต้องจ่าย 8,294 ล้านบาท ลดเหลือ 4,147 ล้านบาท ปี 2561 จาก 6,811 ล้านบาท ลดเหลือ 4,209 ล้านบาท ปี 2562 จากที่ต้องจ่าย 6,811 ล้านบาท ลดเหลือ 3,456 ล้านบาท
ส่วนในปี 2563 หากเป็นการจ่ายแบบเดิมจะเป็นปีที่ผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายเงินค่าคลื่นความถี่แล้ว แต่เมื่อผู้ประกอบการรายใดเข้าสู่มาตรการใหม่ก็จะยืดมาจ่ายในปีนี้ 3,508 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 3,508 ล้านบาท และปี 2565 จำนวน 3,559 ล้านบาท
เท่ากับว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลจะมีเม็ดเงินต่อลมหายใจในระบบเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2560 จำนวน 4,147 ล้านบาท ปี 2561 อยู่ที่ 2,602 ล้านบาท และ ปี 2562 อยู่ที่ 3,355 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกทยอยจ่ายระหว่างปี 2563-2565 เมื่อคำนวณแล้วพบว่าทั้งอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนเพิ่มจากสิทธิการขยายเวลา 3 ปี เป็นเงินเพียง 471 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีเงินลงทุนเพื่อพัฒนาเนื้อหารายการ หรือปรับปรุงเนื้อหารายการของตนเองให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนดูที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มีรสนิยมชอบเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นทั่วไป (Mass) เป็นเฉพาะ (Niche) มากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยเม็ดเงินมากพอควร
เมื่อเวลาคือปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจทีวีดิจิทัล มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ จึงเป็นเสมือนเป็นทางรอดกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลโดยเฉพาะรายเล็กที่มีเงินทุนน้อยให้ซื้อเวลาในต้นทุนที่ต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงเนื้อหารายการให้สอดคล้องกับรสนิยมความเป็น Niche ของผู้บริโภค







