
บริหารสินทรัพย์รับมือภาษีที่ดิน
โดย...ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
โดย...ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้จัดอบรมสัมมนาให้กับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อตอบคำถามที่กังวลใจในการบริหารสินทรัพย์ ตามเงื่อนไขของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่คาดว่าจะประกาศเป็นกฎหมายในปี 2560 และอาจมีผลบังคับใช้ในปี 2561 เพื่อการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้งอกเงย ชินภัทร วิสุทธิแพทย์ ที่ปรึกษา บริษัท สำนักงานกฎหมายสยามซิตี้ จึงมีข้อแนะนำวิธีเตรียมพร้อมเพื่อบริหารจัดการภาษีที่ดินแบบคุ้มค่า
เริ่มด้วย การลดภาระภาษีที่ดินของบ้านหลังหลักด้วยการย้ายทะเบียนบ้านของเจ้าของกรรมสิทธิ์ (ตามโฉนดที่ดิน) ไปอยู่ในทะเบียนบ้านหลังที่แพงที่สุด เพื่อให้ได้รับยกเว้นภาษีที่ดินสำหรับบ้านหลังหลัก (กรณีมีบ้านมากกว่าหนึ่งหลัง) โดยจะยกเว้นภาษีให้แก่บ้านและที่ดินที่เป็น “บ้านหลังหลัก” มูลค่า (ราคาประเมิน) ไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนที่เกินจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด
สำหรับบ้านหลังอื่นๆ จะถูกจัดเก็บภาษีตามมูลค่า (ราคาประเมินทางราชการ) ของบ้านและที่ดิน โดยจะตรวจสอบจากชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (เจ้าของที่ดิน) และชื่อผู้ขออนุญาตปลูกสร้าง (เจ้าของอาคาร) ในใบอนุญาตปลูกสร้าง ทั้งนี้ ทะเบียนบ้านไม่ใช่หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน เพียงแต่สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านแห่งนั้น
สำหรับกลุ่มนักสะสมที่ดินให้ตระหนักถึงภาระภาษีหลังกฎหมายประกาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินรกร้างว่างเปล่า หากใครมีที่ดินในลักษณะนี้จะถูกจัดเก็บภาษีค่อนข้างสูงที่เพดานภาษี 5% โดยจะเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปีของฐานภาษีราคาประเมินราชการ ดังนั้น จึงควรนำที่ดินรกร้างว่างเปล่าไปใช้เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อให้เสียภาษีที่ดินในอัตราที่น้อยลง หรือใช้วิธีแปลงที่ดินรกร้างไปเป็นประเภทอื่นที่ได้รับยกเว้นภาษีที่ดิน เช่น ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะโดยมิได้แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ อย่างสนามเด็กเล่น สนามกีฬา เป็นต้น







