
จับตาท่องเที่ยวยุค 4.0 ดึงเทคโนโลยีเสริมบริการ-ขาย
เมื่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจต้องปรับตัว
เรื่องโดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เดินทางที่แปลกใหม่มากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องทำ เพื่อตอบสนองแนวโน้มที่เปลี่ยนไปนี้
จากรายงานเวิลด์ ทราเวล มาร์เก็ต โกลบอล เทรนด์ 2016 ที่จัดทำโดยยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า เทคโนโลยีการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกระแสสำคัญของโลก ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวแบบเดิมๆ พยายามใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นเพื่อการขาย
หนึ่งในเทคโนโลยีที่มาแรงคือภาพเสมือนจริง (เวอร์ชวล เรียลิตี้) ซึ่งถูกนำไปใช้ภาคธุรกิจบริการ การคมนาคมขนส่ง และทัวร์ ภายใต้แนวคิดให้ลูกค้าได้ทดลองสัมผัสประสบการณ์ก่อนซื้อจริง
เวอร์ชวล เรียลิตี้สามารถใช้เพื่อนำเสนอโครงสร้างของเรือท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ท ในภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล และยังใช้ได้กับการนำเสนอภาพจุดสำคัญ หรือสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดใจในจุดหมายปลายทางนั้นๆ ได้ด้วย
ขณะที่อีกเทคโนโลยีที่มาแรงเช่นกัน คือ แชตบอต หรือหุ่นยนต์สนทนาได้ ซึ่งก็เป็นปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ในช่วงก่อนและหลังกระบวนการการจองต่างๆ สอดคล้องกับแนวโน้มของนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มการปฏิสัมพันธ์กับเอไอมากขึ้นในอนาคต ทั้งที่เป็นแชตบอต หรือเทคโนโลยีเสมือนจริงที่มาเป็นผู้ให้คำปรึกษา คอยสื่อสารด้วยแบบส่วนบุคคล
ตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เริ่มใช้เทคโนโลยีแชตบอต ได้แก่ บุ๊กกิ้ง ดอทคอม คายัก และเอ็กซ์พีเดีย ซึ่งเริ่มใช้แชตบอตเพื่อเรียนรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร จะได้ส่งผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไปให้ลูกค้าเลือกซื้อ แชตบอต นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนต่างๆ เช่น การจอง หรือการเช็กอิน
นิรันดร์ จาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิลพร็อพเพอร์ตี้ คอนเซาท์ติ้งแอนด์แมเนจเม้นท์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครือโรงแรมบีทู กล่าวว่า ช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้บีทูจะมีเทคโนโลยีปฏิวัติวงการโรงแรมออกมาให้เห็น โดยบริษัทเตรียมเซ็นสัญญากับบริษัทในอังกฤษรายหนึ่ง เพื่อนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของโรงแรมได้แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
“พันธมิตรมีซอฟต์แวร์อยู่แล้ว เราก็นำมาปรับพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของบีทู โดยคำนึงถึงเป้าหมายมี 50 โรงแรมในอนาคตไว้ด้วย ระบบนี้จะครอบคลุมการทำงานของระบบหลังบ้านและหน้าบ้าน และทำให้การตรวจสอบตัวเลขด้านต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นรองรับแผนที่บริษัทจะเข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต”นิรันดร์กล่าว
สำหรับเทคโนโลยีอีกอย่างที่บริษัทได้ทดลองทำแล้ว ก็คือ เทคโนโลยีเวอร์ชวล เรียลิตี้ เป็นการทำให้ลูกค้าได้เห็นภาพที่พักแบบ 360 องศาก่อนที่จะมาใช้บริการจริง ขณะนี้ทำเสร็จแล้ว 1 สาขา ซึ่งบริษัทวางแผนว่าหากทำภาพแบบ 360 องศา ได้เสร็จแล้ว 2-3 สาขา ก็จะนำระบบนี้ไปทดลองใช้เวลาออกงานท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าที่มาร่วมงานแล้วกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะจองเข้าพักโรงแรม แต่ต้องการเห็นภาพที่พักก่อน ได้เห็นภาพที่พักผ่านระบบเวอร์ชวล เรียลิตี้ได้เลย ซึ่งจะทำให้เกิดประสบการณ์ร่วมเสมือนไปอยู่ในที่พักจริงๆ
นิรันดร์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรื่องเทคโนโลยีอยู่แล้ว ประกอบกับทุกวันนี้ลูกค้าแสวงหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ อยากเห็นของจริงก่อนที่จะใช้บริการ ไม่เชื่อคำแนะนำของบริษัทนำเที่ยว การได้ดูภาพเสมือนจริงโดยตรงผ่านการใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น พร้อมจองที่พักตรงเลยหลังเห็นภาพ
ทั้งนี้มองว่า การพัฒนาเทคโนโลยีของภาคท่องเที่ยวในไทยยังไม่ทัดเทียมกัน เมื่อมองที่โรงแรมซึ่งไม่มีแบรนด์ของตัวเอง จะเห็นได้ชัดว่า เทคโนโลยีเติบโตเร็วกว่าที่โรงแรมเหล่านี้จะไล่ตามทัน โรงแรมรายย่อยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไร เริ่มที่จุดไหนก่อน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปแล้วทุกด้านทั้งระบบหน้าบ้าน เทคโนโลยีด้านความบันเทิง หรือการบริการ ซึ่งทุกอย่างพัฒนาไปหมด ต่างจากโรงแรมที่มีแบรนด์ เป็นเครือโรงแรมจะมีทีมงานสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่า และมีต้นทุนพัฒนาที่ถูกกว่าเพราะมีจำนวนโรงแรมมาก ต่อรองราคาได้
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องน่ากลัว ที่รัฐบาลอาจจะต้องลงมาดูแลนอกจากภาพกว้างที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการพัฒนานวัตกรรมตามนโยบายประเทศไทย 4.0 แล้ว รัฐบาลอาจต้องลงมาคอยให้คำแนะนำ ปรึกษาแต่ละธุรกิจด้วยว่า ปัจจุบันต่างประเทศพัฒนาเทคโนโลยีในธุรกิจนั้นๆ ไปถึงขั้นไหนแล้ว อาจมีการจัดงานเพื่อแสดงเทคโนโลยีเพื่อให้ภาคธุรกิจได้สัมผัสใกล้ๆ หรือทำให้ภาคธุรกิจได้เห็นเส้นทางการพัฒนาที่ชัดเจนว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร ทำตรงไหนบ้าง หรือพื้นที่ให้ผู้ประกอบการติดต่อซื้อหาเทคโนโลยีได้ เป็นต้น
ในเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปรวดเร็วมาก ผู้ประกอบการก็ควรตื่นตัวติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ และเลือกหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจมาใช้เพื่อไม่ให้ตกกระแสและยังอยู่ในสายตานักท่องเที่ยว.







