
ทุนจีนมุ่งเจาะอาเซียน
ผู้เชี่ยวชาญเผยทุนจีนออกต่างประเทศมากสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก มอง “อาเซียน” แหล่งทรัพยากร-กำลังซื้อสูง
ผู้เชี่ยวชาญเผยทุนจีนออกต่างประเทศมากสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก มอง “อาเซียน” แหล่งทรัพยากร-กำลังซื้อสูง
น.ส.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ไทยจีน สังกัดศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก โดย 60% เป็นการลงทุนในฮ่องกง ส่วนกลุ่มประเทศในอาเซียน จีนลงทุนในสิงคโปร์มากที่สุดถึง 7.2% ซึ่ง 8 อันดับแรกของประเทศในอาเซียนที่จีนเข้าไปลงทุน ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว มาเลเซีย กัมพูชา ไทย และเมียนมา ตามลำดับ
ขณะที่จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศอาเซียน มูลค่าการค้ารวมระหว่างประเทศจีนและอาเซียนในปี 2534-2558 เติบโตเฉลี่ย 18.5% ต่อปี ซึ่งตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา การค้าระหว่างจีนและอาเซียนเริ่มติดลบ จากภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนหดตัว เมื่อจีนส่งออกได้น้อยลงทำให้ส่งผลกระทบต่อประเทศในอาเซียนซึ่งส่งออกวัตถุดิบเพื่อการแปรรูปในประเทศจีนเป็นหลัก
“ไทยควรเปลี่ยนการส่งออกสินค้ามีมูลค่าเพื่อตีตลาดในประเทศจีน จากการส่งออกแค่วัตถุดิบเพื่อการผลิต เพื่อลดผลกระทบจากภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนหดตัว” น.ส.อักษรศรี กล่าว
นายจู เจิ่นหมิ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์จีนอาเซียน สังกัดสถาบันวิจัยสังคมศาสตร์แห่งมณฑลยูนนาน กล่าวในหัวข้อ ความสัมพันธ์จีนอาเซียน ภายใต้นโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทาง ว่า หัวใจสำคัญของนโยบายดังกล่าว คือ การได้รับผลประโยชน์ร่วมกันของแต่ละประเทศ เป็นการสร้างความร่วมมือของระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค ถือเป็นนโยบายที่ชัดเจนครั้งแรกระหว่างจีนกับอาเซียนของวิสัยทัศน์ผู้นำจีน
น.ส.อักษรศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไทยตัดสินใจลงทุนรถไฟความเร็วสูงไทยจีนในช่วงเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพมหานครถึงโคราชเป็นต้นแบบ โดยสิ่งที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทาง ซึ่งรัฐบาลจีนได้ใช้ชื่อว่า เดอะเบลท์แอนด์โรด โดยภาพรวมการดำเนินการต่างๆ ภายใต้โครงการดังกล่าว เช่น รถไฟความเร็วสูงไทยจีน ต้องใช้เวลา เพื่อให้เกิดผลกระทบด้านลบน้อยที่สุด และนโยบายที่เป็นรูปธรรมที่สุดของจีน อาเซียน คือ ความร่วมมือแม่โขงล้านช้าง (แอลเอ็มซี) ในการพัฒนาร่วมกัน







